Thursday, August 3, 2017

my hero-chanbaek

My hero

“ช่วยด้วย!”
แบคฮยอนส่งเสียงร้องออกมาเพราะกำลังเข้าตาจน มือเรียวกุมหน้าท้องเอาไว้ ครางด้วยความเจ็บหนึ่งครั้ง แล้วจ้องมองไปยังฝ่ายตรงข้าม

เขาไม่น่าเลือกทางนี้เลย แบคฮยอนมักจะทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนเสมอ และวันนี้หัวหน้าให้เขาทำโอทีเพิ่มเพราะคนขาด อารามว่าอยากกลับหอพักเร็วหน่อยแต่ลืมไปว่านี่มันเที่ยงคืนแล้ว เขากลับเลือกเส้นทางที่เปลี่ยวแต่เดินแค่สิบนาทีก็ถึงแทนที่จะใช้เส้นทางอีกเส้นซึ่งกินเวลานานกว่า

พลาดชะมัด... กัดฟันกรอดจนทำให้รอยช้ำข้างปากแสบขึ้นเล็กน้อย ใครจะคิดว่าเขาเดินมาเกือบจะครึ่งทางแล้ว กลับปรากฏร่างของไอ้โม่งถือมีดเดินมาระยะประชิดและต่อยเขาที่ท้องหนึ่งหมัดทันที พอเขาขัดขืน ไอ้โจรชั่วก็ต่อยเขาที่ปากอีกแผล ตอนนี้ที่แบคฮยอนทำได้จึงมีแค่นั่งลงกุมท้องและร้องขอความช่วยเหลือซึ่งไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า

“ไม่เอาน่าคนสวย ส่งกระเป๋ามาให้พี่เถอะนะ แล้วพี่สัญญาว่าจะไม่ทำน้องเจ็บอีก”  
“สวยพ่อง” หงุดหงิดที่แรงน้อยกว่าโจรไม่พอ ยังต้องโดนมันชมว่าสวยอีก อ๊ากกกก อยากร้องไห้


มือกุมกระเป๋าแน่น เงินจากที่ทำงานเพิ่งได้มาเมื่อกี้และเขาไม่อยากเสียมันไปเลย มันคือเงินสำหรับหนึ่งเดือนเลยนะ แบคฮยอนพยายามหาทางหนีอีกครั้ง แม้ทางนี้จะโล่ง แต่ก็ไม่มีแสงไฟให้ความสว่างสักเท่าไหร่ ทางซ้ายคือทางที่เขาจะไปตอนแรก แต่กว่าจะถึงหอพักก็คงหมดแรงก่อน แต่ทางขวาก็ไม่แน่ว่าจะมีคนอยู่ตรงถนนสายหลักหรือไม่เพราะนี่มันดึกแล้ว

“ชักช้าจริง เอากระเป๋ามาสิว้อย” ไอ้โจรเห็นท่าทีว่าเขาคงไม่เอากระเป๋าให้ง่ายๆ เลยเข้ามาฉกเอง
“อ๊ากกก ไม่นะๆๆ ช่วยด้วยยยยย” แบคฮยอนก็ยื้อยุดกระเป๋าไว้อย่างสุดความสามารถพร้อมกับร้องขอความช่วยเหลืออีกครั้ง

ขอร้องล่ะ ใครก็ได้มาช่วยเขาที...



“หยุดนะว้อย!”

แล้วพระเจ้าก็ได้ยินคำขอของเขาจนได้

ชายในชุดสีแดงสลับดำทั้งตัว กระโดดเข้ามาพร้อมกับร้องเสียงดัง โจรชั่วจึงเอามีดในมือแทงเข้าที่ลำตัวของเขาทันที แต่ชายคนนั้นกลับไวกว่า เท้าเตะไปที่ข้อมือของโจรทำให้มีดหล่นลงพื้น จากนั้นก็ต่อยเข้าหน้าก่อนจะสมทบอีกสองสามทีบริเวณลำตัวและปลายคาง เพียงชั่วระยะเวลาไม่กี่วินาที โจรชั่วที่กำลังจะเข้ามาเอากระเป๋าของแบคฮยอนไป ก็กลายเป็นก้อนเละๆ ก้อนหนึ่งกลางถนนเสียแล้ว

สุดยอด... ร่างเล็กคิดในใจพลางสำรวจชายคนนั้นอีกครั้ง ชุดหนังรัดรูปสีแดงสลับดำดูเท่บอกไม่ถูก กลางหลังยังมีสิ่งที่คล้ายท่อนกระบองสองท่อนไขว้กันอยู่ เขามองไม่เห็นใบหน้าอีกฝ่ายเพราะถูกปิดไว้ด้วยหน้ากากหนังคล้ายชุด เหลือเพียงดวงตาเท่านั้นที่คล้ายจะมีช่องโปร่งแสงปิดอยู่

ผู้ชายชุดหนังยื่นมือมาทางแบคฮยอน เมื่อมือวางลงก็ฉุดร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืนได้อย่างรวดเร็ว แต่พอจะขอบคุณกลับพบว่าร่างของตัวเองอยู่ในอ้อมแขนอีกฝ่ายเสียแล้ว แม้ว่าแบคฮยอนจะมีรูปร่างแบบผู้ชายทั่วไปสูงประมาณร้อยเจ็ดสิบหนักหกสิบกว่าโล แต่พอโดนคนอื่นอุ้มอยู่แล้วเขากลับพบว่าผู้ชายที่มาช่วยตัวใหญ่ชะมัด ไหล่กว้างกว่าเขามากๆ แถมยังแรงเยอะอีก

“เอ่อ...” กำลังจะบอกว่าปล่อยเขาลง ก็พบว่าชายชุดหนังกระโดดขึ้นสูงจนสามารถขึ้นไปอยู่บนเสาไฟได้อย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย!” แบคฮยอนร้องด้วยความตกใจหนึ่งครั้งแต่ก็ไม่ได้ทำให้ชายชุดแดงหยุดลง ร่างสูงกระโดดอีกสองสามครั้ง จากนั้นแบคฮยอนจึงพบว่าตัวเองอยู่หน้าหอพักเรียบร้อยแล้ว

อึ้งมากๆ เพราะปกติเขากึงเดินกึ่งวิ่งยังใช้เวลามาถึงที่นี่ตั้งสิบนาที นี่ชายชุดหนังกระโดดไม่กี่ครั้งก็มาถึงแถมยังรู้ด้วยว่าเขาอยู่ที่นี่อีก

“อะ เอ่อ ขอบคุณ” ในที่สุดก็ได้พูดคำว่าขอบคุณเสียที แต่หลังจากแบคฮยอนโค้งคำนับเพื่อแสดงความขอบคุณเสร็จ ร่างสูงนั่นก็หายไปแล้ว

“มาไวไปไวแฮะ” บ่นอุบก่อนจะรีบเข้าหอพักเสียก่อน




วันรุ่งขึ้น...


“นายต้องได้เห็นนะจงแด ฮีโร่ของฉันเท่มากจริงๆ” แบคฮยอนฟุ้งใส่เพื่อนหลังจากโดนทักว่าหน้าไปโดนอะไรมา
“แต่ฉันไม่เคยได้ยินข่าวว่าแถมมหาลัยเรามีฮีโร่อะไรแบบนั้นเลยนะ” มินซอกที่นั่งข้างจงแดหันหน้ามาถาม
“เค้าอาจจะออกมาทำหน้าที่เพราะฉันเป็นคนเรียกก็ได้ อิอิ” คนหลงตัวเองยังโม้ไม่เลิก
“ยังไม่เลิกคุยอีกอ่อเตี้ย” ชานยอลที่ไปซื้อน้ำกลับมาว่าเข้าให้
“นายเนี่ย นอกจากจะไม่ช่วยทำแผลให้ ยังว่าฉันอีกนะ” แบคฮยอนก็เลยค้อนกลับ
“เอ้า อย่าพูดมาก น้ำชาเขียวที่สั่ง” ชานยอลเลยเอาเครื่องดื่มที่ตัวเองไปซื้อมายัดปากซะ
“อื้อ ออบอุน” ได้ยินเสียงอู้อี้ขอบคุณกลับมา ชานยอลก็ยิ้มหนึ่งครั้งแล้วเอามือขยี้หัวเพื่อนตัวเล็กซะ

“ว่าแต่ชุดที่ผู้ชายคนนั้นใส่อ่ะ มันคล้ายๆ หนังที่ฉันไปดูมาไม่นานมานี้เลยนะ” จงแดพูดแล้วก็เอามือไถๆ โทรศัพท์ตัวเองก่อนจะร้อง อ้อ! ออกมาหนึ่งครั้งแล้วยื่นหน้าจอมาให้แบคฮยอนดู
“เฮ้ยยยยย” ซึ่งแบคฮยอนก็ร้องอย่างตกใจทันทีเพราะชุดที่คนในภาพใส่เหมือนกับชุดของคนที่มาช่วยเขาไว้
“นี่มันเดดพูดนี่หว่า” มินซอกชี้ๆ แล้วพูดชื่อออกมาทำเอาแบคฮยอนงง
“เดดพูลไหนอ่ะ”
“ถึงได้บอกให้นายไปดูหนังกับเพื่อนฝูงบ้าง” จงแดพูดก่อนจะเคาะหัวแบคฮยอนไปหนึ่งครั้ง “เนี่ย เดดพูล เป็นฮีโร่สายพันธุ์ใหม่จากมาร์เวล เจ้านี่ชอบใส่ชุดแบบนี้ไปช่วยคนอื่นแล้วยังกวนตีนสุดๆ ด้วย”
“แต่คนที่มาช่วยฉัน เค้าไม่กวนตีนนะ เอาจริงเค้าไม่พูดอะไรเลยต่างหาก” แบคฮยอนเอ่ยแย้ง
“เอ้า เค้าก็อาจจะเป็นแฟนหนังเรื่องนี้แล้วซื้อชุดไปใส่บ้างไงเล่า”
“แต่คนนั้นเค้ากระโดดได้ด้วยนะ” คนต้นเรื่องยังแย้งอีก
“เห็นว่าห้างที่ชานยอลทำงานก็มีขายนี่ ชุดพวกนี้” มินซอกพูดขึ้น
“เอ่อ ก็มีบ้าง”
“เหยยยย ชานยอลไม่เห็นเคยบอกเลยอ่ะ ถ้างั้นวันนี้ฉันขอไปดูหน่อยน้า เผื่อจะเจอคนที่มาช่วยฉันเมื่อวานไง” แบคฮยอนทำหน้าเป็นลูกหมาขี้อ้อนแล้วก็มองไปที่ชานยอลอย่างมีความหวัง
“ก็ได้”
“เย้!” แบคฮยอนร้องอย่างดีใจ ไม่แน่เขาอาจะเจอฮีโร่ที่มาช่วยไว้เมื่อวานกำลังมาซื้อชุดใหม่ก็ได้

หลังเลิกเรียนแบคฮยอนตามชานยอลไปที่ห้างสรรพสินค้าดิอีฟทันที ห้างแห่งนี้ไม่ใหญ่นักแต่ก็ไม่เล็กไป ชานยอลทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของที่นี่จึงเข้าออกได้สะดวก

“ร้านนี้” ชานยอลชี้ไปที่ร้านขายชุดคอสเพลย์ซึ่งกินพื้นที่สองล็อคในชั้นสอง แบคฮยอนรีบเดินเข้าไปเหมือนเด็กๆ เห็นของเล่นก็ไม่ปาน
“อันนี้สไปเดอร์แมน อันนี้ซุปเปอร์แมน ไหนอ่ะเดดพูล” มือเรียวค้นชุดที่อยู่ในราวแขวนพลางบ่นเมื่อหาชุดของฮีโร่ตัวเองไม่เจอสักที
“อยู่ตรงนี้” ชานยอลที่เดินเข้ามากลับค้นในราวตรงข้ามแล้วยื่นมาให้

“ว้าววววว เท่อ่ะ อยากใส่บ้างอ่า” ดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นชุดหนังนั้น
“ขอโทษนะคะ พอดีว่าที่ร้านมีชุดเดดพูลไซส์ใหญ่ คุณลูกค้าอาจจะใส่ไม่ได้” พนักงานที่เดินตามมาพูดขึ้น
“ง่า เสียดาย”
“แต่คุณผู้ชายท่านนี้อาจจะใส่ได้นะคะ” พนักงานพูดขึ้นหลังจากดูไซส์ชุดเทียบกับชานยอล แต่พอเธอมองชายร่างสูงอีกทีก็รู้สึกประหลาดใจ “แต่เอ๊ะ คุณมาซ...” พูดได้แค่นั้นก็หยุดเพราะชานยอลกลับเอาชุดวางกลับบนราวแล้วลากแบคฮยอนออกจากร้านซะอย่างนั้น
“ใกล้จะถึงเวลาเข้างานแล้ว เอาไว้มาดูใหม่” หลังจากลากแบคฮยอนมาหน้าร้านแล้วชานยอลก็พูดแค่นั้นก่อนจะเดินจากไป
“โธ่ อดให้ชานยอลลองชุดเลยอ่า” แบคฮยอนบ่นอุบก่อนจะเดินกลับหอพักเพราะตัวเองไม่ต้องเข้าทำงานพิเศษวันนี้


วันต่อมา...

แบคฮยอนแอบมาร้านที่ขายชุดฮีโร่อีกครั้ง ลืมไปว่าตัวเองไม่ได้ถามพนักงานว่ามีใครซื้อชุดนั้นบ้าง แถมเขาค่อนข้างสงสัยคำพูดของพนักงานที่ว่าชานยอลมาอะไรสักอย่างด้วย

“อ้าว คุณนั่นเอง วันนี้สนใจชุดไหนดีคะ” พนักงานสาวคนเดิมกล่าวต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
“เอ่อ คือผมสนใจชุดเมื่อวานน่ะครับ ไม่รู้ว่าชุดเต็มๆ มันจะมีไม้กระบองพาดเป็นตัว x กลางหลังด้วยรึเปล่า”
“อ้อ ใช่เลยค่ะ เป็นเซตของมันเลย จะว่าไป เพื่อนคุณที่มาด้วยเมื่อวานก็...”
“ก็อะไรเหรอครับ”

“ถ้าจำไม่ผิดเหมือนว่าจะมาซื้อชุดแบบเต็มเซ็ตไปเมื่อสัปดาห์ก่อนเองค่ะ ตอนนั้นดิฉันก็เป็นคนขายให้เองด้วย”

หา........

แบคฮยอนอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินพนักงานตอบมาแบบนั้น เขาพาตัวเองกลับมายังหอพักแล้วนอนเอามือก่ายหน้าผากครุ่นคิด

ชานยอลเคยมาซื้อชุดเดดพูลแถมยังซื้อแบบครบเซ็ตด้วย ทำไมวันนั้นที่เขาบาดเจ็บกลับมา ร่างสูงได้ยินเรื่องของชายชุดหนังที่แบคฮยอนเล่าแต่กลับไม่ทักเรื่องที่ว่าชุดเหมือนเดดพูลแม้แต่น้อย

ไม่สิ ถ้าจำไม่ผิด เมื่อวานชานยอลทำท่าทางแปลกๆ ตอนพนักงานเดินเข้ามา แถมยังตัดบทกลางคัน ไม่ให้พนักงานพูดจนจบด้วย ถ้าเขาไม่แอบไปที่ร้านนั้นคนเดียววันนี้ก็คงไม่รู้ว่าชานยอลมีชุดแบบนั้นด้วย

มือเรียวเอื้อมมือไปจับไหล่ตัวเองแล้วหน้าขึ้นสีเล็กน้อย จำได้ว่าวันนั้นเดดพูลที่มาช่วยเขาอุ้มตัวเองขึ้นไปโดยเอามือหนึ่งจับไหล่ไว้และอีกมือก็จับขาเขาด้วย มือนั้นใหญ่พอๆ กับมือของรูมเมทเขาเลยนี่นา เพียงแต่เขายังไม่เคยโดนชานยอลอุ้มหรอกนะ ไม่งั้นเขาจะต่อยเจ้านั่นแน่ๆ

ส่ายศีรษะไปมาแล้วคิดว่านี่แบคฮยอนสงสัยว่าชานยอลคือฮีโร่ที่มาช่วยเขางั้นเหรอ บ้าไปแล้ว เดดพูลคนนั้นตัวสูงก็จริงแต่อ่อนโยนกับเขามากกว่าชานยอลตั้งหลายเท่า ตารูมเมทขาโก่งนี่นอกจากบ่นเรื่องเขาทำห้องเลอะ เล่นเกมบ่อย ทำกับข้าวไหม้แล้วก็ไม่มีอะไรดีเลย แม้ว่าวันนั้นจะช่วยเขาทำแผลก็เถอะ

แต่มันก็น่าคิดนะเนี่ย

ห้องในหอพักของแบคฮยอนมีสามห้องย่อย สองห้องคือห้องนอนของเขาและชานยอลส่วนอีกห้องคือห้องนั่งเล่นและห้องครัวรวมกัน เวลาปกติเขากับชานยอลก็นอนคนละห้องอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดว่าเขาจะเห็นว่าอีกคนมีเสื้อผ้าชุดอะไรบ้าง ก็ไม่เคยเข้าห้องส่วนตัวกันนี่นา

แต่วันนี้แบคฮยอนอยากเข้าไปในห้องชานยอลชะมัด เพื่อนตัวสูงนั่นซื้อชุดเดดพูลมาจริงๆ เหรอ ไม่ใช่ว่าพนักงานจำคนผิดใช่มั้ย แล้วซื้อมาทำไม จะได้เป็นฮีโร่มาช่วยเขาเหรอ

ส่ายศีรษะไปมาอีกครั้งกับความคิดงี่เง่า ชานยอลจะอยากมาเป็นฮีโร่ช่วยเขาทำไมเล่า พอคิดได้ดังนี้ แบคฮยอนก็ล้มเลิกความคิดจะบุกเข้าห้องรูมเมท จำได้ว่าเจ้าของห้องเคยห้ามไว้ว่าห้ามเข้ามาด้วย ถ้าเขาแอบเข้าไปแล้วชานยอลรู้จะต้องโดนบ่นอีกยาวแน่ๆ




“เฮ้ออออออออ” แบคฮยอนถอนหายใจยาวจนมินซอกที่นั่งด้านหน้าเขาหันมาถามด้วยความเป็นห่วง
“เป็นอะไรอีกล่ะเนี่ย”
“ก็เดดพูลคนนั้นไง”
“คนไหน?”
“คนที่เค้ามาช่วยฉันจากโจรเมื่ออาทิตย์ก่อนไง”
“นี่นายยังคิดถึงเค้าอยู่เหรอเนี่ย” พอมินซอกทักอย่างนั้น แบคฮยอนก็พยักหน้าหงึกหงัก
“ทำไงดีมินซอก ฉันอยากรู้ว่าเขาเป็นใครอ่ะ แล้วก็อยากขอบคุณด้วย แล้วก็เอ่อ... รู้สึกอยากเจออีกอ่า” แบคฮยอนอธิบายไปก็หน้าแดงแบบไม่ทราบสาเหตุ เขาจะบอกใครได้อย่างไรเล่าว่าตั้งแต่รู้ว่าชานยอลซื้อชุดแบบนั้นไปด้วยแถมตัวเองยังจำสัมผัสของเดดพูลคนนั้นได้ ใจมันก็ไม่ค่อยสงบ เหมือนจะเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะซะงั้น
“หืม? นี่นายชอบเดดพูลคนนั้นงั้นเหรอ” มินซอกเห็นอาการเพื่อนก็ทักไปตามนั้น

เคร้ง!

แบคฮยอนกำลังจะตอบว่าบ้ารึไง ก็โดนขัดจังหวะเพราะชานยอลซึ่งนั่งอยู่ข้างตัวเองดันทำกล่องดินสอหล่นเสียได้

“ชานยอลทำไมซุ่มซ่ามงี้เนี่ย” บ่นอุบแต่ก็ก้มลงเก็บของช่วยเพื่อนด้วยเหมือนกัน เขาคิดไปได้ยังไงว่าฮีโร่ที่มาช่วยวันนั้นเป็นรูมเมทตัวเองทั้งๆ ที่มันแสนจะเงอะงะขนาดนี้
“ขอโทษที” แต่ก็บ่นได้ไม่นานเพราะเสียงอ่อนของเพื่อน เอ๊ะ ชานยอลเป็นอะไรล่ะเนี่ย

“ทำยังไงจะได้เจอเค้าอีกทีอ่ะมินซอก” พอช่วยเก็บของเสร็จ แบคฮยอนก็หันหน้าไปถามเพื่อนอีกครั้ง เขาอยากจะเจอเดดพูลคนนั้นจริงๆ นะ
“ก็เขามาช่วยเพราะนายตกอยู่ในอันตรายใช่มั้ยล่ะ งั้นก็ลองหาอะไรอันตรายทำดูสิ ฮ่าๆ” มินซอกแนะนำไปอย่างนั้นเพราะเห็นว่าแบคฮยอนกวนไม่เลิก

ไม่ได้คิดเลยว่าเพื่อนสุดเพี้ยนมันจะเอาตัวเองไปล่อเสือล่อตะเข้จริงๆ ด้วย

แบคฮยอนในชุดกระโปรงสีขาวความยาวแค่ครึ่งหน้าขาเดินช้าๆ กลางซอยเปลี่ยวด้วยหัวใจตุ้มต่อม เพราะอยากให้ล่อโจรมากกว่าเดิมจึงได้แต่งตัวเป็นหญิงสาวแทนที่จะเป็นเด็กหนุ่มเหมือนทุกที แล้วชุดกระโปรงนี้ก็ยืมเพื่อนมาใส่ แต่เพื่อความปลอดภัย จึงกดโทรศัพท์ต่อสายกับมินซอกไว้ ถ้าเดดพูลไม่มา จงแดกับมินซอกจะได้มาช่วยไว้ทัน

“โอ๊ะ โอ๋ คนสวยมาทำอะไรในซอยเปลี่ยวล่ะเนี่ย” พูดไม่ทันขาดคำ โจรก็ปรากฏตัว ดูเหมือนไอ้โจรนี้จะเป็นคนเดิมที่เคยจะเข้ามาแย่งกระเป๋าของเขา แบคฮยอนจำมันได้จากน้ำเสียงแม้มันจะใส่หมวกไอ้โม่งมาเหมือนเคย แต่มันน่าจะจำเขาไม่ได้เพราะวันนี้แบคฮยอนมาในร่างสาวน้อย

“หลีกไปนะ ช่วยด้วย” รีบตะโกนขอความช่วยเหลือทันทีเพราะคุยกับมินซอกไว้ว่าจะร้องคำว่าช่วยด้วย หมดครั้งที่สามเมื่อไหร่ เดดพูลไม่มาก็ให้มาช่วยได้เลย

แบคฮยอนคิดว่าโจรจะเข้ามาเอากระเป๋าเหมือนทุกทีก็ทำเป็นยื้อยุดนิดหน่อย ที่จริงเขาซื้อกระเป๋าราคาถูก เอาของข้างในออกหมดแล้วเอามือถือซ่อนไว้ในบราเพื่อที่ว่าจะหนีไปได้ เซฟตัวเองสุดๆ แล้ว

แต่เขาลืมไปเลยว่าตัวเองแต่งเป็นผู้หญิงแถมยังนุ่งสั้นเสียจนโจรมันไม่สนของซะด้วย

โจรเข้ามากระชากกระเป๋าออกไปด้วยมือเดียวแล้วจากนั้นก็เอามีดมาจ่อคอเขาไว้ อีกมือก็ปิดปากแถมยังเอาตัวของมันมาทับแบคฮยอนไว้ทั้งหมดอีก จบกัน ตอนนี้เขาร้องช่วยด้วยอีกไม่ได้แล้ว

“คนสวยจ๋า มาเป็นของพี่เถอะนะ”

แบคฮยอนอยากจะร้องไห้ แม้แต่จะร้องคำว่าช่วยด้วยเพื่อเรียกมินซอกหรือเรียกเดดพูลตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ไอ้โจรชั่วเอาไอ้นั่นของมันออกมาแล้ว อี๋ ขยะแขยงชะมัด ทำไมคราวนี้มันผิดคาดขนาดนี้ เขาไม่อยากเป็นเมียโจรนะเว้ย ยิ่งถ้ามันรู้ว่าแบคฮยอนไม่ใช่ผู้หญิงจริงๆ อีก มันจะฆ่าเขามั้ยเนี่ย

น้ำตาไหลพรากเมื่อโจรพยายามจะถกกระโปรงของเขาขึ้น อ๊ากกกกก ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย ทำไมมินซอกไม่มาช่วยสักที ถึงแม้ว่าแบคฮยอนจะไม่ได้พูดคำว่าช่วยด้วยเป็นครั้งที่สามแต่ตอนนี้มันแย่แล้วนะ!

“หยุดนะ!”

แล้วก็มีคนมาช่วยสักที

แบคฮยอนมองข้ามหัวไอ้โม่งไปยังฝ่ายตรงข้าม ชุดหนังสีแดงพร้อมกับกระบองไขว้เป็นตัว x ด้านหลัง ร่างสูงที่เขารอคอยมาถึงแล้ว

เดดพูลมาหาเขาแล้ว!

ไอ้โจรเหมือนจะใช้ท่าเดิมคือพุ่งตัวเข้าไปแทงแต่คราวนี้มันไวจนแบคฮยอนร้องว่า “ระวัง!” แทนที่จะช่วยกลายเป็นว่าเดดพูลเสียจังหวะและโดนโจรแทงเป็นรอยถากที่ข้างแขนไปเสียอย่างนั้น เลือดไหลออกจากแผลเป็นรอยยาวแต่ชายร่างสูงกลับไม่หวั่น ตอกกลับด้วยลูกเตะเข้าก้านคอทำเอาเจ้าโจรหมอบในท่าเดียว จากนั้นก็เข้าหาแบคฮยอนในร่างหญิงสาวอย่างรวดเร็ว

“เป็นอะไรรึเปล่า” เสียงอู้อี้แต่กลับมีความคุ้นเคยถามเอ่ยออกมาเมื่อเห็นสภาพแบคฮยอน ซึ่งเจ้าตัวก็ก้มล้งมองกระโปรงซึ่งขาดปลายนิดหน่อยในช่วงจังหวะฉุดกระชาก กับรอยถลอกที่ขาเพราะขูดกับหิน นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเสียหาย แม้แต่มือถือที่ซ่อนไว้ในบราตอนนี้ก็ยังมีเสียงมินซอกตะโกนออกมาว่าปลอดภัยมั้ยอีกด้วย แหม ทีเมื่อกี้ล่ะเงียบเลย

“ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก เอ่อ ค่ะ” แบคฮยอนขอบคุณแล้วก็นึกได้ว่าตัวเองตอนนี้เป็นสาวน้อยอยู่
“ถ้าอย่างนั้นก็... เอ่อ ลุกไหวมั้ย?” เดดพูลยื่นมือมาให้เขาจับ แบคฮยอนจึงเพิ่งจะสังเกตว่าแขนเขามีรอยมีดถากยาวจนเลือดไหลเป็นทางเลย
“อ๊ะ คุณบาดเจ็บ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรนแล้วหาอะไรมาซับเลือดให้ แต่เพราะเขาไม่มีผ้าเช็ดหน้าจึงฉีกปลายกระโปรงออกมาแล้วพันไว้
“ขอบคุณ” เดดพูลเอ่ยเมื่อเขาพันแผลให้
“ไปโรงพยาบาลมั้ยคะ เอ่อ ที่จริง คุณช่วยฉันไว้ ฉันอยากตอบแทน” แบคฮยอนรู้สึกหน้าร้อนแปลกๆ นี่เขาชอบเดดพูลจริงๆ หรือเนี่ย
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปส่ง” พูดจบก็จะเข้ามาอุ้มเขาอีกครั้ง แบคฮยอนไม่ขัดขืนพลางคิดว่าเขาทำอย่างนี้กับทุกคนรึเปล่านะ พอบอกว่าหอพักอยู่ตรงไหน ก็พบว่าเดดพูลชะงักก่อนจะมองเขาจากศีรษะไปปลายเท้าครั้งหนึ่งแล้วปล่อยเขาลงให้ยืนขึ้นเสียอย่างนั้น

“มีอะไร?” แบคฮยอนเอ่ยด้วยความสงสัย
“แบคฮยอนเหรอ?” แต่เดดพูลกลับเอ่ยชื่อเขาขึ้นมา
“หืม?”
“ไม่มีอะไร ผมไปก่อนนะครับ”

“เดี๋ยวก่อน! อย่าไปนะชานยอล!”

เดดพูลหยุดชะงักทันทีที่เขาพูดออกมา แบคฮยอนรีบเดินไปกอดจากด้านหลังก่อนจะพูดอู้อี้

“ทำไมต้องปิดกันด้วยล่ะชานยอล นายมาช่วยฉันสองครั้งแล้วนะ นายคิดว่าฉันจำนายไม่ได้เหรอ ถึงเสียงนายจะอู้อี้เพราะอยู่ในหน้ากากแต่เราเป็นรูมเมทกันนะ ต้องจำได้สิ” น้ำตาไหลพรากเหมือนความกลัวเมื่อครู่กลับมา แบคฮยอนกลัวมากเลยว่าเดดพูลจะมาช่วยเขาไม่ทัน แล้วยังกลัวโจรนั่นจะทำร้ายชานยอลด้วย

“นะ...นายรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่” เดดพูลยืนนิ่งแต่พูดเสียงสั่นตอบมา
“ตั้งแต่ที่นายพาฉันไปร้านขายชุด พออีกวันนึงฉันก็ไปอีกครั้งแล้วพนักงานขายก็บอกว่านายซื้อชุดไป ฉันขอโทษที่เข้าห้องนายไปโดยพลการ แต่ทำไมนายถึงไม่บอกฉันว่านายมาช่วยฉันล่ะชานยอล” แบคฮยอนพูดเสียงอู้อี้เพราะเริ่มร้องไห้ด้วยความกลัวและน้อยใจ

“นี่นาย.. ร้องไห้เหรอ?” เดดพูลหันหน้ามาแล้วจับไหล่แบคอยอนไว้
“ฮื่อ กลัวอ่ะชานยอล ถ้าเมื่อกี้นายมาช่วยไม่ทัน มันก็คง ฮือ กลัวอ่า”
“ไม่เป็นไรนะ ฉันอยู่นี่แล้ว” ปาดน้ำตาออกให้ แต่ก็ยังไม่ถอดหน้ากากออก

แบคฮยอนสูดน้ำมูกก่อนจะเช็ดหน้าเช็ดตา ใบหน้าของสาวน้อยที่มินซอกอุตส่าห์แต่งหน้าให้ ตอนนี้หลุดลอกกลายเป็นใบหน้าของแบคฮยอนรูมเมทคนทะเล้นของชานยอลเสียแล้ว มือใหญ่เลยลูบศีรษะคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู

แต่กลายเป็นว่าตอนเดดพูลลูบศีรษะตนพร้อมก้มหน้าลงมานั้น กลับโดนแบคฮยอนคว้าเอาหน้ากากหนังดึงออกมาจนผมยุ่งเลยทีเดียว

“จับได้แล้ว!” แบคฮยอนโบกหน้ากากที่ตัวเองดึงออกมาได้สะบัดไปมาผ่านหน้าชานยอล พลางร้องดีใจ ใบหน้าเปื้อนน้ำตาเมื่อครู่หายไปอย่างรวดเร็ว

กลายเป็นว่าชานยอลต้องเอามือปิดหน้าเนื่องด้วยเสียรู้อีกฝ่ายเสียแล้ว แต่ก็นะ เขาดันยอมรับตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เพียงแต่ไม่ยอมเปิดหน้ากากออกมาเอง

“เฮ้อ โดนนายจับได้ซะแล้ว” พอโดนจับได้ก็เลยลงไปนั่งบนพื้นเสียเลย
“นี่ ชานยอลอ่า ถามได้มั้ยอ่ะ ว่าทำไมต้องปลอมตัวมาช่วยกันด้วย”
“ก็...”
“เพราะว่านายชอบฉันเหรอ?” ถามแล้วไม่พอ ยังมานั่งยองๆ ต่อหน้าอีก เล่นเอากระโปรงที่ขาดไปส่วนหนึ่งเปิดไปถึงไหนต่อไหน
“ถ้าจะให้ตอบก็มานั่งนี่” มือใหญ่เลยฉุดให้คนตัวเล็กมานั่งตักเสียเลย
“ตอบได้ยัง” แบคฮยอนถามไปใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ไป ก็ตอนนี้หลังของเขาชิดกับแผ่นอกชานยอลเต็มๆ เลยนี่นา แถมตรงกระโปรงก็นั่งทับบนชุดหนังที่มันรัดรูปด้วย...

ชานยอลเอาคางตัวเองมาเกยบนไหล่มน จากนั้นก็เอ่ยช้าๆ “อือ ชอบนานแล้ว”

เล่นเอาเขินหน้าแดงเลยง่า

“เอ้อ นึกขึ้นได้ว่าตากผ้าไว้ เดี๋ยวฝนจะตก ไปเก็บผ้าก่อนนะ” ตัดบททำท่าจะลุกไปแต่ก็มีแขนแกร่งมากอดไว้

ตอนนั้นเองที่แบคฮยอนเห็นว่าแขนอีกฝ่ายมีเลือดไหลเยอะขนาดไหน

“เจ็บมั้ยชานยอลอ่า” ลูบตรงแผลแล้วก็ถามเสียงอ่อน
“ถ้าแบคฮยอนตอบว่าชอบฉันบ้าง ก็จะไม่เจ็บ”

โอ้โห รุกแรงไปแล้วนะ แง

“อื่อ ชอบ”  ตอบเบาๆ เพราะเขิน
“ว่าไงนะ”
“ก็บอกว่าชอบไงเล่า ไม่อย่างนั้นจะทำอย่างนี้เพื่อล่อให้เดดพูลออกมาเหรอ ตาบ้าเอ๊ย มาก็ช้า นึกว่าจะเสร็จไอ้โจรนั่นไปซะแล้ว” พูดแล้วก็งอนอีกครั้งเลยต้องเอามือทุบๆ ไอ้เจ้าชุดหนังเจ้าปัญหาเข้าให้

ตั้งแต่พบว่าชุดหนังนี่อยู่ในห้องชานยอลแถมยังมีรอยเหมือนไปต่อยใครมา แบคฮยอนก็แน่ใจว่าชานยอลต้องเป็นเดดพูลที่เขาตามหาแน่นอน แต่ไม่ว่าอย่างไรชานยอลก็ไม่พูดออกมาสักทีว่าเป็นคนช่วยแบคฮยอน ดังนั้นเขาจึงวางแผนกับมินซอกและจงแดว่าจะพูดให้ชานยอลรู้ว่าเขาจะมาหาเดดพูลแต่ไม่บอกว่าจะมาในรูปแบบสาวน้อย ดังนั้นเดดพูลจึงออกมาแต่ไม่รู้ว่านี่คือแบคฮยอน

“ไม่ทุบสิ ไม่ใช่เพราะชุดนี้เหรอ เราถึงได้รู้ว่าใจตรงกัน” มือใหญ่กว่ารวบมือเล็กกว่าเอาไว้

เป็นความจริงที่ว่าแบคฮยอนแอบชอบชานยอลมานานแล้ว แต่ก็ไม่กล้าบอกอีกฝ่ายเสียที เพราะเป็นเพื่อนกันแถมยังเป็นรูมเมทกันอีก กลัวว่าถ้าบอกความจริงออกไป ชานยอลก็อาจจะตีตัวออกห่าง
แต่พอได้เห็นชุดนี้ก็ทำให้คิดเข้าข้างตัวเองว่าชานยอลมาช่วยเพราะมีใจให้ เล่าให้คู่หูจงแดมินซอกฟัง พวกนั้นก็เลยยุจนได้แผนนี้ออกมา แล้วก็ใจตรงกันจริงๆ ด้วย

“นายแอบชอบฉันตั้งแต่เมื่อไหร่?” พอโดนรวบมือเลยทำเป็นถาม
“ก็นานพอๆ กับที่นายชอบฉันแหละมั้ง”
“ย่าห์! กวนตีนอ่อ ปาร์คชานยอล”

แบคฮยอนทำท่าจะต่อยชุดอีกครั้งคราวนี้ชานยอลเลยใช้ไม้เด็ดซะเลย ใบหน้าได้รูปก้มลงมาทีละน้อยๆ ให้ใจสั่นเล่น แล้วสุดท้ายก็จบลงที่ปากเล็กๆ นั่น แม้จะมีท่าทีขัดขืนแต่พอรสจูบถูกใจ ผ่านไปไม่นานมือที่จะมาทุบอกชานยอลกลับกลายเป็นคล้องคอกดท้ายทอยให้อีกฝ่ายก้มลงมาอีกนิดจนได้

“ฉันชอบนาย ชานยอล ฮีโร่ของฉัน” บอกรักได้อ่อนหวานแล้วก็ได้รอยยิ้มหวานตอบกลับมาพร้อมจูบอีกรอบ หลังจากนั้นก็เป็นคำพูดหวานๆ
“ฉันชอบนายมากกว่า แบคฮยอนสาวน้อย ฮ่าๆๆๆ” ตบท้ายแบบตลกจนโดนทุบอั่กๆ สมใจ บรรยากาศเป็นใจจนลืมอะไรไปบางอย่างทีเดียว





หลายสัปดาห์ต่อมา

“นายว่าแถวนี้มันมีมดขึ้นมั้ยจงแด”
“ฉันว่ามันขึ้นตลอดแหละมินซอก”
“อ่อ ก็คู่รักหวานเค้ามานี่แล้วเนอะ”
“ก็นั่นสิน้า ฮ่าๆๆ”

“ย่าห์! พวกนาย” แบคฮยอนตวาดแหวเมื่อโดนแซ็วเป็นรอบที่ล้าน

เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนตอนที่ชานยอลแต่งตัวเป็นเดดพูลไปช่วยแบคฮยอนนั้น พวกเขาลืมไปเลยว่ากำลังเปิดโทรศัพท์คุยกับพวกมินซอกอยู่ ดังนั้นถ้อยคำหวานๆ ที่คิดว่าพูดกันให้รู้สองคนก็กลายเป็นว่าคนอื่นได้ยินไปกันหมด เนื่องจากมินซอกเปิดลำโพงไว้ แล้วเพื่อนกลุ่มใหญ่ก็กำลังมาหาพอดี คราวนี้ทั้งแบคฮยอนและชานยอลเลยกลายเป็นคู่รักหวานของสาขาไปแล้ว อ๊ากกกก

“ไม่เอาน่า” ชานยอลห้ามร่างเล็กไม่ให้ไปเตะพวกเพื่อนๆ ด้วยการดึงมือไว้
“นายไม่หงุดหงิดเหรอห๊ะ”
“ก็นิดหน่อย”
“ใช่มั้ย ต้องเตะเจ้าพวกนั้นให้ได้”
“แต่ทำอย่างนี้จะทำให้หายหงุดหงิดมากกว่า” ชานยอลว่าพลางดึงแบคฮยอนเข้ามาในอ้อมกอด จากนั้นก็จุ๊บลงหน้าผากเบาๆ เรียกเลือดขึ้นสีหน้าจนจะระเบิดเป็นภูเขาไฟได้แล้ว นี่มันกลางโรงอาหารเลยนะ!

“ไม่หงุดหงิดแล้วนะครับ” ยังต่อด้วยคำหวานอีก ใครจะทนไหว
“ไม่แล้วก็ได้”

ฝากไว้ก่อนเลยนะชานยอล เดี๋ยวคืนนี้จะให้เดดพูลทำการบ้านให้หนัก

โทษฐานทำแฟนเขินกลางโรงอาหารว้อย จำไว้!


จบเถอะเนาะ


 by @noeybaekbd

Wednesday, May 31, 2017

งอน-ชานแบค [NC-17]

งอน


เย้! ล้าลาลา ลาล้าลา เย!

เสียงอินโทรเพลงลอตโต้หรือที่รายการปรับให้มันดูซอฟท์(ตรงไหนวะ)เป็นเพลงลาวด์เดอร์ดังขึ้นพร้อมการจัดตำแหน่งที่ปาร์คชานยอลอยู่ไม่ไกลจากแบคฮยอนมากนัก ตามปกติก็จะต้องยื่นมือไปให้คนตัวเล็กแปะมือคล้ายเอาเงินให้ จะไม่บอกหรอกว่าทุกทีเขาได้มากกว่าเงินเยอะเลยล่ะ

แปะ!!!

มือแทบหักเลยครับท่านผู้ชม เขาเผลอทำหน้าเหวอไปวูบหนึ่งกับการปัดมือส่งๆ ของคนรัก ปกติแบคฮยอนไม่ใช่คนมือหนักนะครับชานยอลบอกเลย แต่วันนี้น้องพี่ไปกินรังแตนที่ไหนมา เมนส์มารึเปล่าก็ไม่ใช่ ปัดมือพี่แรงมากครับ จากนั้นก็หันหน้าสะบัดหนีด้วย ว้อท!!!

จบเพลงลอตโต้หรือลาวด์เดอร์นั่นแหละ พี่ๆ วง HOT ก็มาร้องอังกอร์เพลงวิ่งไปหาเธอหรือรันทูยูต่อ ชานยอลก็ต้องวิ่งไปหาเธอถูกมั้ย เธอคนนั้นไม่ใช่ใครก็ต้องแบคฮยอนนี่แหละ แต่นี่คืออีกครั้งที่เขาเหวอ เกิดอะไรขึ้นกับที่รัก จากปกติตัวติดกันไปไหนไปหมดแต่เธอกลับขยับหนีออกห่างเหมือนชานยอลกำลังติดโรค เฮ้ย นี่หน้าก็ไม่หันมามองด้วยอ่ะ เป็นอะไรมากมั้ย คือกูเนี่ยคิดไกลไปดาวเสาร์แล้ว



“พี่ว่าจะปรึกษาอะไรผม” ไอ้น้องเวรที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออดถามขึ้นทันทีหลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ แน่นอนครับว่ามื้อนี้ชานยอลเลี้ยง แต่เหมือนกับว่ามันทำหน้ารำคาญ เฮ้ย นี่พี่นะเว้ย พี่กำลังกลุ้ม เมียพี่งอนเนี่ย
“มึงว่าแบคเป็นอะไร”
“ก็เป็นเมียพี่ไง”
“ไอ้เวร” พูดแล้วก็ยกเท้าเตะขามันใต้โต๊ะหนึ่งที แต่มันไหวตัวทันเลยเตะอากาศแทน ความวืดที่แท้ทรู
“เอ้า ผมก็ตอบตามที่เห็น พี่ก็บอกมาดิว่าต้องการคำตอบแบบไหน” ใบหน้าหล่อเหลาที่สาวๆ ต่างก็กรีดร้องเวลามันเต้น ตอนนี้กำลังยกยิ้มกวนตีนที่สุดในโลกกลับมา ชานยอลอยากจะร้องไห้ ไอ้เด็กน้อยตัวเล็กๆ น่ารักที่เค้าเฝ้าฟูมฟักมันอยู่ไหน ใครเลี้ยงมันให้โตมากวนตีนแบบนี้

“กูหมายถึงแบคกำลังงอนอะไรกูรึเปล่า วันนี้เดินห่างกูไม่พอ ตอนแปะมือยังทำมือกูแทบหัก”
“ฮ่าๆ ก็นึกว่าอะไร” ไอ้น้องกวนตีนมันหัวเราะใส่ ชานยอลเลยยกเท้าไปเตะอีก... แต่ก็วืดอีกนั่นแหละ ถ่อว้อย
“ไอ้ฮุน ถ้ามึงไม่ใช่น้องกูจะต่อยแล้วนะเว้ย หน้าสิ่วหน้าขวาน กูเลี้ยงข้าวมึงแล้วยังจะหัวเราะใส่ปัญหากูอีก”
“โหย ถึงกับจะต่อยอ่ะคนเรา กับน้องทำไมไม่อ่อนโยนแบบกับเมียบ้าง”
“งั้นเตะแทน...”
“ใจเย็นพี่... เอางี้ พี่จำได้ป่ะหลังคอนที่เราไปถ่ายรูปกับสาวๆ อ่ะ”
“เออ แล้วไง”
“เอ้า ยังไม่เก็ทอีก ถ้าไม่ใช่พี่ ผมจะด่าว่าโง่แล้วนะ”
“มึงก็ด่าอยู่ -*-“ ยกเท้าจะเตะอีกครั้ง
“โอเคๆ คืองี้ พี่ก็รู้ว่าเราต้องเซฟตัวเองใช่ป่ะ เนี่ย เห็นมะพี่แบคถ่ายคือพยายามเอาตัวเองออกจากสาวๆ ให้มากสุด” ไอ้น้องเวรพูดและเอาภาพประกอบมาให้ดูด้วย เออ ก็จริงของมัน แบคฮยอนเซฟตัวเองมากๆ แม้พิธีกรสาวที่มาขอถ่ายรูปจะพยายามอยู่ใกล้ๆ แต่เจ้าตัวก็พยายามเอาตัวออกห่างให้มากที่สุด

“แล้วพี่ดูนี่” น้องเวรเอารูปที่เขาถ่ายกับพิธีกรสาวและเพื่อนของเธอให้ดู เอ่อ ก็ยอมรับว่าตอนนั้นเขากำลังเบื่อ ก็เลยยืนเฉยๆ ปล่อยให้สาวๆ เข้ามาถ่ายรูปแบบใกล้ชิดได้ตามต้องการ ค่อนข้างจะไม่เซฟตัวเองเลยให้ตายเถอะ
“พี่ว่าพี่แบคจะโกรธมั้ยล่ะหืม”
“แค่นี้ก็โกรธเหรอวะ”
“เอ้า ผมจะรู้มั้ยพี่ นี่ก็ช่วยสุดแล้ว ผมไปละ”

แล้วน้องเวรก็ลุกขึ้นไปนั่งรอในรถเอาดื้อๆ แม่งเอ๊ย ชานยอลต้องยอมรับจริงๆ ว่าเขาเลี้ยงเด็กนี่มาแบบตามใจไปหน่อย มันถึงได้ไม่กลัวพี่และกวนบาทาตลอดงี้ แต่เซฮุนก็เหมือนเปิดทางสว่างให้เขา ถ้ารู้ว่าแบคฮยอนงอนเรื่องผู้หญิงนี่ เขาจะไปบอกกับเจ้าตัวเองว่าเขาสนใครที่ไหน สนแต่แบคฮยอนเท่านั้น

ชานยอลกลับถึงหอก็ต้องประหลาดใจที่พี่ใหญ่เกือบทั้งแก๊งค์รวมถึงดโยออกไปข้างนอก เซฮุนน้องรักก็ทำหน้าที่ของมันได้ดี พอถึงห้องก็รีบลากจงอินหมีง่วงไปตีสนุ๊กกันต่อซะงั้น ไปๆ มาๆ ทั้งหอจึงเหลือแค่เขากับแบคฮยอนสองคน โอกาสเหมาะกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

“ขอชื่นใจหน่อย” ไม่พูดพล่ามทำเพลง ชานยอลเจอเป้าหมายที่ห้องรับแขกก็พุ่งเข้าไปกอดแล้วก็หอมหนึ่งฟอดทันที ครั้งนี้เขาไม่วืดเพราะแบคฮยอนกำลังเล่นเกมส์อยู่ ถ้าคนตัวเล็กกำลังจดจ่อกับเกม จะทำอะไรก็ไม่โดนขัดหรอก(มั้ง)

“ไปไกลๆ เลย” เอ่อ ชานยอลคิดผิดไปหน่อยว่าอะไรมันจะง่ายๆ
“แบคอ่า แบคฮยอนอ่า” เปิดโหมดน้องยอลอ้อนพี่แบคไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ถ้าเขาง้อแฟนไม่ได้วันนี้ ไอ้น้องเวรทั้งสองตัวได้หัวเราะเยาะแน่
“หนีไป จะเล่นเกม” โห งอนจริงจังมาก พูดไม่กี่คำแล้วไม่หันหน้ามาอีก มือหนึ่งถือจอยเกมอีกมือพยายามแกะเขาออกจากตัว ซึ่งชานยอลจะไม่วอแวมากหรอก เพราะพี่มีก๊อกสอง
“ผมเล่นด้วยไม่ได้เหรอ”
“ไม่ได้” ตอบสั้นอีกแล้ว ใจพี่จะขาดแล้วเน้อ
“แต่จอยยังเหลืออีกอัน...”
“ไม่เหลือแล้ว” แฟนครับ หยิบจอยขว้างทิ้งเอาดื้อๆ งี้เลยอ่อ
“งั้นผมกอดแบคไว้ แล้วแบคเล่นเกมส์ไง เอามั้ย” มือปลาหมึกกลับมาอีกครั้งด้วยความตึ๋งหนืดกว่าเดิม คราวนี้เขากอดแบคฮยอนโดยใช้ทั้งแขนทั้งขา เล่นเอาคนตัวเล็กหน้าขึ้นสี(รึเปล่านะ) พยายามเล่นเกมส์ด้วย แกะมือเขาไปด้วยแต่ไม่เป็นผล สุดท้ายมือเรียวก็ยอมแพ้ วางจอยเกมลงและเลิกแกะมือชานยอลออก แต่หันหน้าตาแบบถมึงทึงมาจิกแทน ถ้าหน้าพี่เป็นกล้องเลนส์ไวด์ ได้แตกไปแล้วครับเมีย

“หลบ จะไปอาบน้ำ” แบคฮยอนพูดจบก็ลุกขึ้นแบบทิ้งชานยอลไว้ให้อึ้งอีกแล้ว โห งอนจริงจังขนาดนี้ พี่ไม่ง้อยังไงไหว

ชานยอลเดินตามคนรักเข้าไปในห้อง ปกติแบคฮยอนจะแชร์ห้องกับเซฮุนและจุนมยอน แต่วันนี้ไม่มีใครอยู่จึงได้ถือวิสาสะตามเข้ามาติดๆ เจอแบคฮยอนกำลังถอดเสื้อก็เข้าไปชาร์จตัวไว้แบบใสๆ

“ปล่อย” ฤทธิ์เยอะมากครับเมียพี่ แบคฮยอนพยายามสะบัดตัวให้ออกจากอ้อมกอด แต่จะบอกว่าไหล่ชานยอล กว้างสุดในบริษัทแล้ว กล้ามแขนก็แข็งแรงล็อกคนตัวเล็กกว่าได้สบายๆ
“ไม่ปล่อย อยากจะชื่นใจแบคฮยอนคนน่ารัก” ออกไปแล้วหนึ่งดอกกับคำชม เห็นว่าดูเป็นคนแมนๆ แบบนี้แต่แบคฮยอนมักจะเขินกับคำว่าน่ารักเสมอ ซึ่งมันเป็นจุดอ่อนที่ชานยอลค้นเจอนานแล้ว
“น่ารักอะไรเล่า ผู้หญิงที่มาถ่ายรูปกับนายน่ารักกว่า” โอ้โหเอาแล้วไง ตรงนี้เซฮุนมันทายถูกจริงๆ ด้วยว่าแบคหึงเขาเพราะผู้หญิง ก็นะจะทำไงได้คนมันฮอต
“ไม่เอาน่า แบคก็รู้ว่าผมน่ะรักใคร”
“ใครจะไปรู้ใจชานยอลแห่งเอ็กโซล่ะ”
“ก็คนในอ้อมกอดผมตอนนี้ไง” พูดแล้วก็ต้องหอมลงขมับสวยหนึ่งฟอด อ่า... ชื่นใจชานยอลมาก
“ไม่รู้หรอก” แม้จะนิ่งไปไม่ขัดขืนเหมือนตอนแรกแต่แบคฮยอนก็ยังมีทิฐิ ดูเหมือนคนตัวเล็กจะโกรธเขามากจริงๆ แต่ไม่เป็นไรเขาจะง้อให้สำเร็จจงได้

ร่างหนาปล่อยร่างบางในอ้อมกอดแล้วถอดเสื้อตัวเองบ้าง เป็นอย่างที่คิดเมื่ออีกฝ่ายรีบหันหน้าหนี แม้จะไม่ค่อยโชว์ใครแต่ชานยอลก็มีกล้ามใหญ่เซ็กซี่พอจะทำให้คนแถวนี้ใจละลายได้เหมือนกัน

“แบคฮยอน” เรียกชื่อแล้วจับมือน้องมาแนบอก หัวใจของเขาตอนนี้เต้นเป็นจังหวะไม่ปกติ เพราะตั้งแต่รู้ใจตนเองว่ารักแบคฮยอน มันก็เต้นหนักตลอดเมื่อเห็นรูปร่างผอมบางอยู่ตรงหน้า
“ผมรักแบคฮยอนนะรู้มั้ย” พูดไปพร้อมกับจ้องตาอีกคนเพื่อแสดงความจริงใจ แต่เหมือนอาการงอนจะยังไม่หายเพราะแบคฮยอนเบือนหน้าหนีอีกครั้ง

ชานยอลเลยยกมือไปจับมือน้องอีกข้างจากนั้นก็นำมาประกบกันไว้ จูบลงไปเพื่อบอกแทนคำว่ารัก จากนั้นก็พูดคำหวานอีกครั้ง
“แบคฮยอนน่ารักสำหรับผมเสมอนะ แล้วอย่างนี้จะให้ผมมองว่าใครน่ารักได้อีก” ถือวิสาสะเอามือกุมรอบกรอบดวงหน้างาม จากนั้นก็ประทับจูบเบาๆ ลงไปหนึ่งครั้ง คราวนี้น่าจะได้ผลแล้วนะ

“ห้ามไปถ่ายรูปใกล้ชิดกับสาวไหนอีกนะ” แต่คนขี้งอนยังไม่พอใจสำทับเขาอีกรอบ
“ครับๆ ไม่ไปชิดใครจะชิดกับแค่คนนี้” ดึงร่างบางเข้ามาชิดตัวเองแล้วกดจูบลงกลุ่มผมนุ่มอีกครั้ง และเนื่องด้วยตอนนี้ท่อนบนของทั้งคู่เปลือยเปล่า นอกจากส่วนใต้สะดือลงไปก็แทบจะส่งผ่านความร้อนให้กันตลอด ปลุกความเป็นชายของชานยอลให้ตื่นขึ้น และเหมือนแบคฮยอนก็เช่นกัน
“ขอนะ” พูดเชิงขออนุญาตแล้วปากหนาก็เริ่มบดจูบ ปากเล็กบางของแบคฮยอนสีสวยจนไม่ต้องทาลิปเร่งเร้าอารมณ์ให้อยากบดขยี้เหลือเกิน ชานยอลใช้ปากตัวเองกดลงกับปากอีกคนด้วยความเร่าร้อน จนเมื่อน้องเริ่มหายใจไม่ออกก็รีบสอดลิ้นไปเพิ่มอากาศให้ทันที

แขนเรียวบางยกขึ้นแล้วมือสวยก็คล้องกันไว้หลังคอกดให้ร่างสูงบดเบียดเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม ชานยอลยิ้มกริ่มในใจแล้วกุมเอวสวยไว้ให้ร่างแนบชิด จูบบดเบียดจนปากน้อยๆ เริ่มเจ่อ ก็เป็นหน้าที่เขาในการรุกล้ำส่วนอื่นบ้าง

อุ้มร่างเล็กขึ้นมาแล้ววางลงบนเตียงเกือบจะแรง จากนั้นก็ตามไปจูบไล่ตามคอสวย ทิ้งรอยไว้สองสามจุดจนพอใจ จากนั้นก็จูบลงไหปลาร้าเล็ก จนไปจบจุดอ่อนไหวสีชมพูซึ่งแข็งตึงรอท่าอยู่แล้ว

“อ๊า ชานยอล ยะ อย่ากัด” ห้ามไม่ทันแล้วเมื่อเขากัดลงไปจริงๆ ใครใช้ให้คนสวยของเขาโชว์อกไปทั่ว เอาจริงเรื่องนี้ชานยอลก็เคยบอกแบคฮยอนแล้วว่าอย่าโชว์ให้มากนัก แต่เหมือนยิ่งห้ามยิ่งยุ คนตัวเล็กมักจะไปยิมกับพวกเฉินหมินจุนบ่อยๆ จากนั้นก็ชอบมาอวดเขาว่ากล้ามขึ้นแล้วนะทั้งๆ ที่มันเป็นเหมือนแผ่นเอวบางๆ มากกว่า ชานยอลกัดจุดสีชมพูทั้งสองข้างพอเป็นรอย จากนั้นก็กัดอีกสองสามที่รวมทั้งจุดใกล้สะโพกที่มีไฝตรงนั้นด้วย ทีนี้จะได้ไม่กล้าเอาไปโชว์ชาวบ้านเค้าอีก

มือหนาปลดกางเกงตัวเล็กและบ๊อกเซอร์ออกภายในเสี้ยววินาที จากนั้นก็ตรงเข้าไปฉกกัดจุดเป้าหมายจนร่างบางสั่นสะท้าน

“จะ... เจ็บ ซี้ดดดด” เสียงร้องกระเส่าราวกับปลุกอารมณ์กำหนัดให้พุ่งสูงมากขึ้น ชานยอลเริ่มปรนเปรอเจ้าแบคน้อยด้วยปากทันที ทั้งเลียปลายเลียโคนราวกับไอศกรีมรสอร่อย จากนั้นก็กัดให้เป็นรอยเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของไว้

“ตรงนั้น... อ๊า เร็วอีก อา... อา...” ร่างบางสั่นสะท้านเมื่อเขาปรนเปรอไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มือก็จับก้อนเทนนิสข้างแท่งเร่งอารมณ์ ปากก็รูดรั้งให้อีกฝ่ายสุขสม มือน้อยๆ จิกเข้าที่ศีรษะหลังจากได้ยินเสียงร้องดังขึ้นๆ แต่ชานยอลก็ไม่รู้จักเจ็บสักน้อย เขากำลังทำให้คนรักมีความสุข ซึ่งตัวเขาเองก็สุขด้วยเหมือนกัน

“อ๊า... ไม่ไหวแล้ว” สิ้นสุดเสียงกรีดร้อง น้ำขุ่นๆ ก็ทะลักเข้าปาก แม้มันจะไม่ได้อร่อยเท่าไอศกรีมโคนแต่ชานยอลก็ไม่รังเกียจ เขาทั้งดูดทั้งเลียเสียจนเหมือนกำลังหิวกระหาย

“ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้” แบคฮยอนติเขาเมื่อเห็นว่าส่วนล่างตัวเองสะอาดหมดจด ชานยอลจึงจูบเข้ากลุ่มผมนุ่มหนึ่งครั้งก่อนจะกระซิบเสียงแหบ
“ผมไม่ทำให้ฟรีหรอก แบคก็รู้” เรียกสีหน้าแดงระเรื่อไม่น้อย พร้อมมือเล็กๆ ทุบอกหนึ่งครั้งพอเจ็บ ชานยอลหัวเราะกับการกระทำอันแสนน่ารักของคนรัก จากนั้นก็เริ่มเรียกค่าทำขวัญโดยจูบบดเบียดก่อน

จูบร้อนแรงครั้งนี้ราวกับชานยอลกำลังคิดค่าตอบแทนหนักจริงๆ บดเบียดจนแบคฮยอนต้องร้องขอชีวิตแต่ก็ไม่ได้ดั่งที่ต้องการนัก พอพักหายใจสักพักก็พบว่าชานยอลกำลังถอดกางเกงและบ็อกเซอร์ของตัวเองออกแล้ว เจ้าโลกผู้แข็งขันตั้งตระหง่านต่อหน้าทันทีทำเอาแบคฮยอนแทบลมจับ ใครใช้ให้ชานยอลใหญ่... ขนาดนี้ แล้วเขาจะจ่ายค่าเสียหายยังไงไหว

ชานยอลไม่ปล่อยให้คนรักได้คิดนานก็เริ่มทำการรุกรานทันที มือหนึ่งคว้าเจลหล่อลื่นบนหัวเตียงส่วนอีกมือก็จับขาสวยให้อ้างกว้าง พอเริ่มเอานิ้วและเจลเย็นๆ เข้าช่องทางนั้นแบคฮยอนก็เริ่มร้องครางทันที มันทำให้ชานยอลน้อยๆ ตรงกลางตัวเหมือนจะขยายขนาดขึ้นไปอีกเพราะเสียงร้องกระเส่าของอีกคน

หนึ่งนิ้วสองนิ้วเข้าไปทีละน้อย เอาจริงก็อยากจะเอานิ้วที่สามเข้าไปด้วยแต่ก็กลัวไอ้นั่นของเขาจะขยายขนาดไปอีก สามนิ้วของชานยอลใหญ่ขนาดข้อมือหญิงสาวรูปร่างผอมคนหนึ่งเลยนะ ยิ่งไอ้นั่นด้วยแล้ว ใหญ่ไปกว่าอีก

ค่อยๆ ยัดเยียดความเป็นชายเข้าไปในร่างอีกคนอย่างใจเย็นแม้อารมณ์จะไม่เย็นตามแล้ว ชานยอลอึดอัดมานานพอดูตั้งแต่เขารู้ว่าแบคฮยอนโกรธ ดีที่เซฮุนและพี่ๆ คนอื่นเป็นงานจึงพากันออกหอไปกันหมด ไม่อย่างนั้นแล้วคืนนี้เขาอาจจะได้ขัดลำกล้องปืนคนเดียวก็เป็นได้

“อ๊า เจ็บ ชานยอล อ๊า ค่อยๆ อื้อ” เสียงร้องกับปฏิกิริยาตอบรับของคนใต้ร่างนี่ไม่เหมือนกันเลยให้ตายสิ ชานยอลสบถหนึ่งทีกับการตอดรัดของคนรัก ซึ่งมันสวนทางกับการบอกให้เขาทำเบาๆ มากนัก ตัวเองนั่นแหละตอนนี้รัดเขาจนแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว

แต่ชานยอลก็ยังเป็นชานยอล เขาก็ยอมแบคฮยอนเสมอมารวมทั้งเรื่องนี้ด้วย ปากใหญ่จึงไล่จูบเบาๆ ตั้งแต่ขมับสวย หน้าผาก จมูกแล้วจบลงตรงปากสวย มันค่อนข้างได้ผลเมื่อแบคฮยอนยกมือมาลูบหลังเขาไปมาพร้อมกับช่องทางรักตอนนี้ได้คลายลงบ้างแล้ว

ร่างใหญ่จึงค่อยๆ ดันตัวเองเข้าหาร่างเล็กอีกครั้ง คราวนี้เจลหล่อลื่นทำหน้าที่ของมันได้ดี ส่วนแท่งของเขาจึงเริ่มเข้าที่เข้าทางส่งตัวของมันเข้าไปจนสุดถ้ำได้แล้ว

“ขยับแล้วนะ” ขออนุญาตอีกครั้ง ใครบอกเขากลัวเมีย เขาเกรงใจเมียต่างหาก แล้วร่างหนาก็เริ่มขยับเป็นจังหวะเข้าออกๆ อย่างสม่ำเสมอ ขยับไปสักพักรู้สึกถึงความคล่องตัวและมือที่จิกหลังเขาเริ่มเบาลง ชานยอลก็ขยับเร็วขึ้นๆ ตามที่ใจปรารถนา

“อา... ซี้ด อา... ฮึก เร็วอีก อา...” ทั้งสูดปากทั้งร้องครางทั้งเร่งจังหวะ แบคฮยอนเอาแต่ใจตัวเองจริงๆ ต้องโทษที่ชานยอลตามใจนั่นแหละในประเด็นนี้ พอได้ยินเสียงคนรักบอกให้ทำอะไรก็ทำตามทันทีเลย

จังหวะจะโคนเร่งเร็วขึ้นตามใจคนตัวเล็ก แม้ว่าคนตัวใหญ่จะแอบเริ่มหอบสักหน่อยก็ตาม มันเป็นเพราะเขาเป็นคนขยับเองมาสักพักแล้วแต่ไอ้เจ้าโลกเจ้ากรรมดันไม่ถึงฝั่งสักที ถ่อว้อย

“อ๊า ถึงแล้ว” จนกระทั่งแบคฮยอนถึงจุดสุดยอดไปอีกรอบ ชานยอลก็เริ่มเหงื่อตกแล้ว อะไรกันเนี่ย เขายังไม่ถึงสักรอบแต่คนรักไปถึงสองแล้ว พระเจ้าเคยยุติธรรมกับเขาที่ไหน

“ชานยอลไม่เสร็จเหรอ เดี๋ยวช่วยนะ” มือสวยกุมใบหน้าเขาไว้แล้วพูดอย่างอ่อนโยน แฟนใครวะน่ารักเป็นบ้าเลย ยิ่งเวลาเหงื่อออกแล้วอยู่ใต้ร่างเขาอย่างนี้ ชานยอลแทบอยากจะกอดแบคฮยอนไว้อย่างนี้ตลอดไปเลย

“ไม่เป็นไร คงอีกนิด อ่าส์” ปฏิเสธเพราะคิดว่าแบคฮยอนจะให้ใช้ท่าน้องหมา ก็จริงที่ว่าท่านั้นมันทำให้เจ้าโลกของเขาเข้าได้มากขึ้น แต่มันไม่เห็นหน้าตาน่ารักนั่นนี่หว่า
“ไม่เอาน่า เดี๋ยวช่วย นะๆ” ทำหน้าเป็นน้องหมาอ้อนแบบนี้ชานยอลจะไปไหนรอด จึงยอมถอนตัวให้อีกฝ่ายลองทำตามใจดู

“นอนลงไปนะ” ผิดคาดเมื่อแบคฮยอนไม่ได้นอนก้มหน้าแต่กลับบอกให้เขานอนลงไปดื้อๆ ในฐานะคนมาง้อ ชานยอลไม่กล้าขัดใจอะไรอยู่แล้ว จึงได้แต่นอนหงายตามนั้น
“เดี๋ยวนะ จะไหวเหรอ” ชานยอลกล่าวทักเมื่อเห็นแบคฮยอนนั่งลงบนหน้าขาของเขา ระหว่างนั้นก็พยายามยัดเจ้าแท่งตัวปัญหาของเขาเข้าตัวด้วย เสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้นเล็กน้อยเมื่อแท่งนั้นเข้าไปจนสุด แม้จะสูดปากด้วยความพอใจเช่นกันแต่ด้วยตัวเองมีแรงมากกว่าก็ไม่อยากให้คนรักออกแรงมากนัก
“มะ ไม่เป็นไร อะ อ๊า” เสียงสั่นไม่เบาแต่ก็ถือว่าแรงหนักใช้ได้ แบคฮยอนสูดปากครางเมื่อตัวเองเริ่มขยับขึ้นลงเพื่อให้ชานยอลสุขสม แม้จะสงสารที่คนตัวเล็กต้องออกแรงมากๆ แต่ชานยอลก็ยอมรับว่าท่านี้มันอาจจะทำให้เขาเสร็จจริงๆ ด้วยสิ มือใหญ่จึงกอบกุมแท่งเล็กของอีกฝ่ายเพื่อช่วยน้องด้วย

“อ๊า ใกล้จะถึงอีกรอบแล้ว โอ๊ย อ๊า” ทั้งร้องครางทั้งบอกว่าเจ็บแต่แบคฮยอนก็ไม่หยุดขยับ มือทั้งสองข้างจับหน้าขาของชานยอลไว้ จิกลงจนแทบจะทำให้เลือดออกเพราะมือใหญ่กำลังรูดรั้งส่วนหน้า ทั้งส่วนหลังก็กำลังกระแทกกระทั้นจนหนึบไปหมด

“ใกล้แล้วที่รัก โอ้ววววว” ชานยอลเองก็รอให้มันสุดจนแทบไม่ไหว จนเมื่อจุดนั้นมาถึง เขาเองก็ร้องด้วยเช่นกัน เพราะมันถึงใจสุดๆ ไปเลย ไม่เสียแรงที่แบคฮยอนไปฟิตที่ยิมเกือบทุกวัน กระแทกกระทั้นถึงใจพี่มากน้องเอ๊ย

“แฮ่กๆ เหนื่อยสุดๆ เลย” แบคฮยอนท่าจะเหนื่อยจริงเพราะขนาดว่ากระแทกอยู่ฝ่ายเดียวจนชานยอลถึงไปด้วย ร่างเล็กทรุดตัวลงมาซบกับอกแกร่ง ก่อนจะโดนดันตัวให้ไปนอนข้างๆ พร้อมกับค่อยๆ ถอนตัวออกจากกัน

อากาศเดือนพฤษภาคมแม้จะไม่หนาวแต่ตอนกลางคืนก็เย็นใช่ย่อย ชานยอลจึงประคองคนรักให้นอนหนุนแขนตัวเองและเอาผ้าห่มมาห่อตัวน้องไว้ จูบหน้าผากนวลอีกครั้งเพื่อแสดงความรัก จากนั้นแบคฮยอนก็ขยับมาซุกอกเขา อ่า... โคตรของโคตรสุขใจ

“หายงอนผมแล้วใช่มั้ย” ถามย้ำอีกทีแม้การกระทำเมื่อครู่จะยืนยันแล้วว่าคนรักไม่โกรธเขาแล้ว
“ฮื่อ แต่ต่อไปห้ามเจ้าชู้อีกนะ” พูดแล้วไม่พอยังเอานิ้วชี้มาจิ้มๆ แก้มเขาอีก ว้อย แฟนพี่น่ารักชิบหาย ว่าแล้วชานยอลก็หอมแก้มนุ่มไปอีกฟอดนึง
“แบคฮยอนก็อย่าโชว์ท่อนบนไปทั่วด้วยนะ ผมขอ”
“แต่เราออกกำลังกายหนักเพราอยากโชว์ให้แฟนๆ เห็นนี่นา”
เห็นคนรักเถียงคำไม่ตกฟากเลยกดจูบหนักพร้อมทำรอยที่ซอกคออีกที จากนั้นก็สำทับ “เป็นรอยแล้วนะครับ ยังกล้าโชว์อีกเหรอ?”
“ไม่โชว์แล้วก็ได้” พูดไปแก้มน้องก็แดงไปเรื่อยๆ ชานยอลทนไม่ไหวก็ฟัดอีกรอบ จนน้องบอกว่าเหนื่อยนั่นแหละถึงยอมหยุดพัก

“ผมเองไม่เคยเจ้าชู้กับใครเพราะผมรักแต่แบคฮยอน ในสายตาของผมมีแต่แบคฮยอนนะครับ” พูดคำหวานก่อนจะมองตาย้ำให้เข้าใจอีกครั้ง ชานยอลก็พบว่าใบหน้าน่ารักพยายามหลบสายตาพร้อมแก้มแดงระเรื่อ จึงกอดคนรักไว้ นี่ถ้าไม่ใช่แบคฮยอนเหนื่อย เขาจะย้ำด้วยร่างกายอีกรอบเลย
“อื้อ” เขินอายแล้วตามด้วยตอบรับคำบอกรัก
“แล้วแบคล่ะ รักผมรึเปล่า”
“ทำอย่างนี้ก็ไม่น่าจะรักมั้ง”
“ง่ะ”
“ก็รู้แล้วนี่ รักนะเจ้าชานยอล” พูดด้วยเสียงน่ารักแถมยังยกตัวเองมาจูบปากเขาเบาๆ อีก อย่างนี้ก็น่ารักเกินไปแล้ว แบคฮยอนของผมเนี่ย


ตัดจบดื้อๆ เลยนะ จะไปทำยกสองต่อแล้ว อิ__อิ

สนใจหวีดได้ที่ #noeybdsf ขอบคุณค่า >< 

Saturday, May 13, 2017

Dark night 1 [NC-17]

Dark night 1

cut scene

“ไปโรงแรมเอกคลูซีฟวิลล์ ห้องสวีทชั้น 56” ชานยอลเอ่ยปากบอกจากนั้นลิฟต์ก็พาพวกเขาไปยังชั้นลานจอดรถของสะพาน ใช้เวลาไม่นานรถลีมูซีนก็พาพวกเขามาถึงที่หมาย

แม้ร่างเล็กในอ้อมกอดจะหน้าขึ้นสีเลือดแถมยังพ่นลมหายใจอุ่นๆ มารดตัวเขาตั้งแต่อยู่บนรถแล้ว แต่ชานยอลก็ห้ามใจไว้ก่อน พวกเขาไม่ใช่คู่รักธรรมดา ตำแหน่งและความสำคัญในบริษัทค้ำคอไม่น้อย นี่ถือเป็นการเสียมารยาทมากพอแล้วที่พวกเขาแอบออกมาจากงานเลี้ยงกันก่อน แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นต้องออกข่าวว่าสองประธานบริษัทแอบมีอะไรกันในรถให้นักข่าวได้ซุบซิบ

“อืม...” แบคฮยอนครางในลำคอเมื่อเขาจูบเข้าอีกครั้ง หนักหน่วง ร้อนแรง และพร้อมจะจุดไฟในทุกส่วนของร่างกายขึ้นพร้อมกัน


ชานยอลอุ้มร่างเล็กขึ้นมา ขาสองข้างของแบคฮยอนหนีบตัวของเขาไว้ เสื้อผ้าส่วนใหญ่ถูกถอดออกเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงบ๊อกเซอร์ของคนตัวเล็ก และกางเกงสแล็คของคนตัวใหญ่

จูบร้อนแรงยังคงต่อเนื่องพร้อมกับแบคฮยอนถูกดันให้หลังแนบเตียงอุ่น ชานยอลถอดอาภรณ์ชิ้นเดียวบนร่างคนรักออก จากนั้นก็จัดการของตัวเองบ้าง ร่างเปลือยเปล่าโถมเข้าหากันเหมือนดังแม่เหล็กขั้วเหนือใต้ ส่วนทุกส่วนโดยเฉพาะส่วนอ่อนไหวสัมผัสถึงกันเกิดแรงเสียดทานสร้างความร้อนอย่างที่ฮีทเตอร์ในห้องไม่จำเป็นต้องทำงาน มือเล็กควานหาท่อนไม้ใหญ่แล้วรูดรั้งสร้างความสุขให้อีกฝ่าย ในขณะที่มือใหญ่พยายามควานช่องทางจากก้นงอนเพื่อเตรียมพร้อมการเสียดสี

“อ่าส์” ชานยอลสูดปากเมื่อแท่งใหญ่ของตนเกือบจะพร้อมแล้ว นิ้วสองนิ้วคว้านเข้าไปทางด้านหลังของคนรักพร้อมเจลหล่อลื่นก็มีความรู้สึกว่าใกล้พร้อมเช่นกัน มือจับขาเล็กเปิดอ้า จากนั้นก็สอดความเป็นชายที่ภูมิใจเข้าไป เสียงครางด้วยความเจ็บปวดปนความสุขของแบคฮยอนส่งออกมาทันทีที่เข้าเริ่มสอด

“อา ชานยอล ค่อยๆ อ๊า เข้ามา อ๊า” ปากบอกว่าค่อยๆ แต่กลับบีบรัดจนคนออกแรงดันแทบขาดใจตายคาอกสวย ปากอิ่มจึงตรงเข้าขบกัดปทุมถันสีชมพูเบื้องหน้า ทั้งช่วยให้คนรักคลายความกดดัน และช่วยเพิ่มอารมณ์พร้อมสำหรับการกระแทกกระทั้นซึ่งจะเกิดในไม่ช้า

มือเล็กเข้าจับกลุ่มผมคนด้านบน แต่ก็ไม่สามารถคลายอารมณ์ได้ทั้งหมด จึงจิกเล็บเข้ากับไหล่กว้างด้วย ชานยอลถือโอกาสนี้สอดเข้าไปจนสุด เรียกเสียงร้องด้วยความกระสันจากแบคฮยอน มือน้อยจับไหล่แรงขึ้น พร้อมกับเขาเริ่มดันร่างเข้าออกเป็นจังหวะตามความต้องการของตน

“อา อีก อา... ระ เร็วอีก” เสียงคนรักเร่งจังหวะทำเอาชานยอลแทบบ้า แบคฮยอนเป็นคนเซ็กซี่อยู่แล้วแม้เจ้าตัวจะรู้หรือไม่ก็ตาม แต่ยิ่งทำเสียงกระเส่าพร้อมขอให้เร็วอีกนี่ ชานยอลก็อยากเขย่าตัวเองให้เร็วเท่าแสงเลยทีเดียว

“อืม อ่า ชานยอล มะ ไม่ไหวแล้ว” เสียงร้องดังพร้อมกับแบคฮยอนแอ่นเอวขึ้นมาพร้อมกับมือจิกทั้งไหล่และหลังจนชานยอลเจ็บไปหมด น้ำขุ่นๆ ออกจากปลายแท่งของคนตัวเล็ก แต่มันยังไม่ถึงจุดที่ชานยอลปล่อยได้ ร่างสูงจึงได้แต่ขยับเร็วขึ้นอีก แม้คนใต้ร่างจะร้องครางไม่หยุดว่าไม่ไหวๆ แต่จุดนี้เขาก็ไม่ไหวเช่นกัน ปากหนาจูบเข้ากับปากเล็กอีกครั้งเพื่อช่วยคลายความเจ็บ เขาเองรู้ดีว่าขนาดหลายนิ้วของตนทำคนตัวเล็กทั้งเจ็บทั้งเสียวขนาดไหนเวลาจะถึงจุดสุดยอด แต่ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ ยิ่งจะถึงจุดสวรรค์มันก็ยิ่งคับพองมากขึ้น ไม่มีทีท่าจะเล็กลงแม้แต่น้อย

เปลี่ยนท่ามาเป็นแบบนอนคว่ำแล้วก็ยังไม่ถึงจุดสุดยอดของชานยอล แม้ตอนนี้แบคฮยอนจะหอบเพราะดันถึงจุดไปสองรอบแล้ว แต่เพราะชานยอลยังไม่ได้สักรอบ จึงต้องต่อเกมรักกันให้สุดทางก่อน

“อื้อ ชานยอล ผมรักคุณ” คนตัวเล็กแม้จะร้องด้วยความเจ็บแต่ก็ไม่วายบอกรัก ชานยอลจึงจูบตรงขมับคนรักไปหนึ่งครั้งจากนั้นก็บอกรักตอบ “ผมก็รักคุณแบคฮยอน”

ร่างสูงขยับเร็วขึ้นเพื่อสวรรค์ของตน กระนั้นมันก็ทำให้ร่างเล็กครางหนักขึ้น แล้วเมื่อ “อ๊า!” เสียงของแบคฮยอนบ่งบอกว่าไปแล้วรอบที่สาม ในที่สุดชานยอลก็ถึงฝั่งฝันเสียที ทั้งสองทรุดตัวลงมานอนตะแคงข้างกัน แม้ว่าร่างกายยังเชื่อมถึงกันเพราะเหนื่อยจนถอนตัวออกมาไม่ได้ แต่สิ่งที่เพิ่งผ่านไป ทั้งโครงการสะพานไฮเทคและบทรัก ต่างก็ทำให้สุขสมอย่างถึงที่สุด

“อีกไม่นานเราจะเปิดเผยกับคนอื่นได้ใช่ไหม” แบคฮยอนเอ่ยกับมือของชานยอลที่โอบร่างของเขาอยู่ ปากเล็กๆ จุมพิตกับมือใหญ่หลังพูดจบ สร้างรอยยิ้มให้กับคนที่นอนซ้อนหลังอยู่ไม่น้อย

“ครับ อีกไม่นานเราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย” ชานยอลเองก็จูบกลุ่มผมนุ่มหลังพูดจบเช่นกัน ร่างใหญ่โอบร่างเล็กให้กระชับขึ้น จากนั้นทั้งสองก็หลับไป

โดยไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ชานยอลและแบคฮยอนจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันไปอีกนาน


กลับไปอ่านต่อที่นี่ dark night 1





#darknightcb
Written by @noeybaekbd