Monday, November 13, 2017

ส่วนขยาย คยองซูคนมึน ep.18 ฉากงานแต่งชานแบคและฉากง้อเหมียว



เซฮุนยอมรับว่าเขาความรู้สึกช้า แต่เขาจะไม่ยอมช้าอีกต่อไปแล้ว

ร่างสูงนั่งรอคนรักตรงโซฟาแล้วก็รู้สึกว่าไม่ค่อยดี เลยเข้าไปในครัวแล้วถามจุ๋มว่าต้องทำอะไรบ้าง เขาจะได้ช่วย แต่กลายเป็นว่าจุ๋มตีมือดังเพี๊ยะ จากนั้นก็ดุว่าเขาทำกับข้าวไม่เป็น ไปนั่งรออย่างเดียวเลย หมั่นเขี้ยวคนรักจึงดึงแก้มจุ๋มหนึ่งครั้ง จากนั้นก็หอมแก้มทั้งสองข้างดังฟอดใหญ่ โดนตีไหล่อีกหนึ่งที จากนั้นเซฮุนก็ยอมไปนั่งโซฟา กดดูทีวีไปเรื่อยๆ อย่างอารมณ์ดี

เขากับจุ๋มรู้จักกันตอนไปเรียนที่อเมริกา ตอนนั้นเซฮุนเรียนแพทย์แต่จุ๋มเรียนบริหาร เด็กนักเรียนนอกอย่างพวกเขาแม้ไม่ได้เรียนสาขาเดียวกันแต่ขอแค่มหาวิทยาลัยเดียวกันก็รู้จักกันทั่วแล้ว เขากับจุ๋มจึงตกลงแชร์ห้องด้วยกัน เขาคิดกับจุ๋มแค่เพื่อนจริงๆ แถมยังทำตัวเป็นเพลย์บอยลากสาวฝรั่งมานอนด้วยไม่ซ้ำหน้า นึกไม่ถึงว่าจุ๋มชอบเขามาตั้งแต่ตอนนั้นแต่ไม่แสดงออก ไม่น่าหัวช้าเรื่องนี้เลยจริงๆ

อันที่จริงจะว่าหัวช้าก็ไม่ได้ ใครให้เขาชอบคยองซูก่อนล่ะ น้องหน้าตาน่ารัก นิสัยก็ดีมากๆ อยู่ด้วยกันทุกวันจะไม่ให้เขาชอบยังไงไหว เสียแต่เพราะยังเด็กเลยแสดงออกมากไปจนพ่อรู้เข้า ตัวเองโดนถีบมาเมืองนอกไม่พอ ยังได้ยินข่าวจากไอ้เจว่าน้องโดนไล่ออกบ้านอีก

จริงๆ เซฮุนรีบบินกลับบ้านตั้งแต่รู้ข่าวว่าคยองซูโดนไล่ออกจากบ้านแล้ว เขาทะเลาะกับพ่ออย่างหนักอีกครั้งแต่แม่ก็เข้ามาห้ามไว้ พร้อมบอกว่าถ้าเขาทำตัวดีๆ เรียนให้จบกลับมารับธุรกิจโรงพยาบาลที่บ้าน จะยอมส่งเสียคยองซูจนจบแถมให้ทุนไว้ทำมาหากินเมื่อเรียนจบด้วย

เซฮุนเลือกไม่ได้ เขาเป็นแค่ลูกคนรวยที่ยังหาเงินไม่ได้สักแอะ จึงได้แค่ยอมพ่อตัวเองไป ก่อนจะกลับไปเรียนเซฮุนยังได้แวะไปดูคยองซูแว่บหนึ่ง เขาไว้ใจพ่อตัวเองเรื่องส่งเสียเรียนได้ แต่เรื่องอย่างอื่นต้องขอร้องแม่ ดีที่แม่ของเขาเองก็รัก คยองซูเหมือนลูกจริงๆ เซฮุนจึงได้แต่วางใจแม่ตัวเองแล้วบินไปเรียนต่อให้จบ แต่จริงๆ แล้วก็ยังห่วงคยองซูไม่น้อย

ตอนนั้นด้วยความวัยรุ่นเมืองนอกทั่วไป พอว่างก็หิ้วสาวเข้าห้องบ้าง เที่ยวนู่นนี่บ้าง ไม่ได้สังเกตเลยว่ารูมเมทอย่างจุ๋มคิดยังไงกับเขา จุ๋มค่อนข้างเงียบและขยันเรียนจึงไม่ค่อยได้คุยกันเรื่องอื่น จะมีก็แต่ทำกับข้าวให้เซฮุนกินบ่อยๆ เท่านั้น ถ้าตอนนั้นเขาตัดใจจากคยองซูได้และลองสังเกตจุ๋มดีๆ อาจจะมองเห็นก็ได้ว่าเพื่อนคนนี้ไม่ใช่คิดกับเขาแค่เพื่อน

หลังจากเรียนจบเฉพาะทางแล้วเซฮุนก็ยังติดต่อจุ๋มเสมอ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเคยชินกับการคิดถึงจุ๋มก่อนตลอด จำได้ว่าช่วงที่น้องแบคบังคับให้เขาคบด้วย พอมีเรื่องอะไรก็จะวิ่งไปหาจุ๋มที่ผับตลอด แม้วันไหนจุ๋มไม่ได้เฝ้าผับ เซฮุนยังวิ่งแจ้นไปหาถึงบ้าน รับไปกินข้าวด้วยซ้ำ เขานึกว่าตัวเองเคยชินกับการมีจุ๋ม แต่ไม่รู้ตัวเลยว่าชอบจุ๋มมากกว่าคนอื่นตั้งนานแล้ว

เฮ้อ... เซฮุนถอนหายใจ ไม่คิดเรื่องเก่าๆ แล้วดีกว่า เขารู้ตัวช้าแล้วไง ตอนนี้ก็รู้แล้วมั้ยล่ะ

คิดอะไรไปเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกพอดี จุ๋มทำกับข้าวเสร็จแล้วและเรียกเขาไปกินข้าว เซฮุนว่าเขาจะรีบกินข้าวไวๆ หน่อย จากนั้นเขาจะกินจุ๋มบ้าง

ว่าแล้วก็เดินไปหอมแก้มคนรักสักทีจนโดนค้อนใส่ว่าไม่กินข้าวแล้วรึไงเล่า เซฮุนจึงตอบติดตลกว่างั้นไม่กินข้าวแล้วจะกินจุ๋มแทน จึงโดนว่าอีกรอบกลายเป็นคนบ้ากามอีกครั้ง เซฮุนไม่สนล่ะ วันนี้กินข้าวแล้วจะกินจุ๋มต่อ คนรักของเขาน่ารักขนาดนี้ใครจะไปอดใจไหว

แล้วก็จะได้ปั๊มลูกให้ทันคนอื่นด้วย แบคฮยอนนี่เขาไม่แข่งแล้ว แต่ต้องไม่น้อยหน้าไอ้หมอเจเพื่อนรักที่แอบเจาะถุงยางแน่ๆ


...


สี่วันให้หลัง ในที่สุดก็ถึงงานแต่งของชานยอลและแบคฮยอน


แบคฮยอนบอกไม่ถูกว่านี่มันตื่นเต้นหรือว่าแพ้ท้องกันแน่ เอาจริงเขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะแพ้ท้องเพราะได้กลิ่นขนมแรงๆ หรือแพ้เพราะตื่นเต้น เอาเป็นว่าตอนนี้เจ้าสาวกำลังโก่งคออ้วกในห้องน้ำโดยมีชานยอลอยู่ข้างๆ

“ไหวมั้ยที่รัก” หลังจากประคองแบคฮยอนมานั่งแล้วชานยอลก็ถามด้วยความห่วงใย

“อื้อ ไหวสิ ไม่ไหวได้เหรอ” แบคฮยอนพยักหน้า ดมยาดมแล้วก็ตอบมาเสียงเบาๆ

วันนี้น่ะ นอกจากงานแต่งของพวกเขาแล้วยังเป็นวันที่นัดแนะไว้กับพี่หมอเจด้วย น่าสงสารนายแพทย์หนุ่มคนนี้มากๆ แบคฮยอนเองแม้ว่าจะรู้จักกับเหมียวผ่านคยองซูอีกที แต่ระยะเวลาที่คบกันหลายปีก็เหมือนว่าตัวเองจะสนิทกับเหมียวมากกว่าใครแล้ว จะยอมให้เพื่อนต้องงอนแฟนไปอีกนานได้ยังไงกันเล่า

หลังกินยาหอมไปแก้วนึง เจ้าสาวในชุดสูทสีขาวก็เริ่มดีขึ้น หน้าเริ่มมีสีเลือด และที่สำคัญสตรอเบอร์รี่ที่ชานยอลเตรียมไว้ ตอนนี้เขาซัดเกลี้ยงแล้ว พอคิดแล้วก็ตลกตัวเอง ก่อนจะท้องก็ชอบกินสตรอเบอร์รี่อยู่แล้วนะ แต่พอท้องก็ยิ่งชอบกินยิ่งขึ้น ในตู้เย็นบ้านเขานี่มีใส่กล่องไว้เต็มตู้เลย กินเยอะจนชานยอลบอกว่าเห็นสตรอเบอร์รี่ก็จะอ้วกแทนแบคฮยอนแล้ว

ชานยอลกับแบคฮยอนย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันมาได้กว่าสัปดาห์แล้ว เพราะบ้านที่ป๊าของชานยอลยกให้เป็นสินสอดนั้นเป็นคฤหาสน์ซึ่งสร้างไว้นานแล้ว เหมือนว่าป๊าจะเตรียมไว้ให้ลูกๆ ห้าหลัง นับพี่ชายสามคน จุ๋มและชานยอลซึ่งเป็นลูกคนสุดท้องได้พอดี แต่เดิมทีป๊าคิดว่าชานยอลจะแต่งทีหลังเพราะมัวแต่เที่ยวกับปาร์ตี้อยู่ได้ เลยไม่ได้ตกแต่งพร้อมไว้

มาตอนนี้ชานยอลได้แต่งงานไว บ้านหลังนั้นเลยต้องรีบตกแต่งเป็นพิเศษ แต่เพราะบริษัทตกแต่งก็ของบ้านพี่จงอินซึ่งพ่อพี่จงอินเป็นเพื่อนกับป๊าชานยอลพอดี งานตกแต่งเลยเสร็จไว แค่สัปดาห์เดียวก็เนรมิตให้เป็นบ้านที่อบอุ่นได้แล้ว ชานยอลกับแบคฮยอนย้ายเข้าไปอยู่ทันทีเพื่อความสะดวก ซึ่งแบคฮยอนก็หนีบเอาป้าลำไย แม่บ้านของตัวเองเข้าไปอยู่ด้วย

ตอนนี้ได้เวลาอันเหมาะสมแล้ว บรรดาแขกเหรื่อเริ่มทยอยมา แบคฮยอนและชานยอลจึงเดินไปรับแขกหน้างาน คุณแม่ท้องอ่อนๆ อย่างแบคฮยอนแม้เมื่อกี้จะแพ้ท้องหนักมากยังไงก็ตาม พอเห็นว่าเป็นหน้าที่ต้องมารับแขกก็ขยันขันแข็งออกมายืนด้วย ไม่บ่นว่าเหนื่อยสักคำ

หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ฤกษ์ พิธียกน้ำชาและสู่ขอทำไปเมื่อเช้าแล้ว ตอนนี้มีแต่งานเลี้ยงจึงมีการฉายวีดิโอที่ชานยอลกับแบคฮยอนไปถ่ายมาให้แขกดูเพื่ออิจฉาเล่นๆ จากนั้นแขกผู้ใหญ่จึงขึ้นเวทีไปพร้อมกับดื่มแสดงความยินดีให้บ่าวสาวบนเวที แขกบางส่วนเคยไปงานหมั้นของพวกเขาเมื่อสองสัปดาห์ก่อนแล้วจึงรู้ว่าแบคฮยอนกำลังท้อง ก็ไม่วอแวให้เจ้าสาวต้องดื่มมากนัก กลับกันชานยอลโดนคะยั้นคะยอให้ดื่มจนแทบจะเมาแล้ว

แล้วก็ถึงเวลาสำคัญเมื่อพิธีกรบอกว่าเจ้าสาวจะต้องโยนดอกไม้

ชานยอลนัดแนะให้ช่างไฟส่องสปอตไลต์ไปตรงที่หมอเจยืนอยู่เมื่อถึงเวลา ส่วนคยองซูตอนนี้ก็จับมือเหมียวมายืนหน้าเวทีพร้อม มองไปไม่ไกลมีเซฮุนกับจุ๋มปะปนอยู่กับคนที่รอรับดอกไม้เพื่อกันท่าคนอื่น ส่วนพระเอกตอนนี้คือหมอเจยืนอยู่อย่างสงบกลางวงล้อมของสาวๆ และหนุ่มบางคนที่อยากเสี่ยงโชค

แบคฮยอนไม่ใช่นักแม่นปืนที่คิดว่าจะโยนดอกไม้ไปถึงพี่หมอเจตรงๆ แต่ก็ค่อนข้างไว้ใจว่าดอกไม้จะไปตรงคนที่ต้องการแน่นอนเพราะเซฮุนกับจุ๋มมาช่วยกันท่าคนอื่นไม่พอ เขายังให้การ์ดบางคนแอบไปยืนข้างๆ หมอเจด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าช่อดอกไม้จะไม่ต่อไปหาคนอื่นจริงๆ

“เอ้า ถึงเวลาแล้วครับ เจ้าสาวโยนช่อดอกไม้ในมือลงไปเลย”

พิธีกรให้สัญญาณแล้วแบคฮยอนก็แกล้งโยนหลอกๆ ไปครั้งหนึ่ง จากนั้นครั้งที่สองกะระยะแม่นๆ หน่อย สักครู่ก็เห็นว่าช่อดอกไม้ตกลงไปในมือของพี่หมอเจเป๊ะๆ ทำเอาอดคิดไม่ได้ว่านี่มันเป็นสัญญาณที่ดีมั้ยนะ ว่าคู่เจเหมียวจะได้แต่งคู่ต่อไปจริงๆ

“โอ้โห คนที่ได้ช่อดอกไม้เป็นสุภาพบุรุษซะงั้นนะครับ ขอเชิญขึ้นมาบนเวทีเลย”

พิธีกรกล่าวแซ็วแล้วก็เรียกพี่หมอเจขึ้นมาบนเวที แสงไฟสปอตไลท์ส่องไปยังเป้าหมายได้ดี แบคฮยอนก็มองหาเป้าหมายอีกรายด้วย ตอนนี้คยองซูจับเหมียวให้ยืนหน้าเวทีแบบไม่มีใครบังสักคน นี่เป็นจุดมาร์กที่พวกเขาซ้อมไว้ ทำได้ดีมากจริงๆ

“ทำไมคุณถึงมารอรับช่อดอกไม้ล่ะครับ” พิธีกรยื่นไมค์ถาม

“จริงๆ แล้วผมอยากมอบช่อดอกไม้ให้ใครคนหนึ่งครับ” พี่หมอเจก็ตอบรับคำถามตามบทพูดที่โทรมาคุยกับแบคฮยอนทันที

“อ้าว แล้วคนนั้นคือใครกันล่ะครับ?”

“คนนี้ครับ ที่ยืนอยู่หน้าเวที” หมอเจตอบพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ไปข้างหน้า

“ผมขอมอบช่อดอกไม้นี้ให้คุณนะเหมียว”

เสียงปรบมือดังลั่นทั้งจากหน้าม้าและผู้ร่วมงานทั่วไปเมื่อสปอตไลท์ส่องลงไปยังเหมียวในชุดสูทสีครีมธีมเพื่อนเจ้าสาว โดยมีคยองซูซึ่งอยู่ในชุดสูทสีเดียวกันจับมือเอาไว้ไม่ยอมให้หลบไปไหน แน่นอนว่าตอนนี้เหมียวหน้าแดงไปหมดแล้ว

สปอตไลท์ส่องไปที่ทั้งคู่ หมอเจเดินไปข้างหน้า แล้วก็ยื่นดอกไม้ออกไปจนเกือบถึงมือคนหน้าเวที พร้อมกับเอ่ยถ้อยคำที่มาจากใจจริง

“ยกโทษให้ผมนะครับ”

จบคำ เสียงปรบมือก็ดังเกรียวกราวอีกครั้ง บางคนยังผิวปากแซ็วอีกด้วย หากแต่เหมียวกลับไม่ยื่นมือมารับช่อดอกไม้ซักนิด แถมยังเบือนหน้าไปทางอื่นด้วย

“คิดว่าเล่นใหญ่แบบนี้จะยกโทษให้เหรอ?” จู่ๆ ก็ถามออกมานอกบทแบบนี้เล่นเอาหมอเจอึ้งจนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม

“ผมทำผิดมากหรือครับ” แต่ก็ถามออกมาได้น่าเห็นใจทีเดียว

“ผิดมากสิ เห็นเหมียวเป็นอะไร คิดจะหลอกใช้ก็ทำ คิดจะง้อก็เล่นใหญ่เบอร์นี้ คิดว่าเหมียวไม่กล้าปฏิเสธเหรอ?”

คำตอบเล่นเอาหมอเจอึ้งไปอีกรอบ ท่ามกลางเสียงกระซิบของคนมุงผู้ไม่รู้เรื่องราว บางคนก็เห็นด้วยกับเหมียวว่าถูกหลอกใช้แล้วคิดจะง้อกันแบบนี้มันก็มัดมือชกไปหน่อย

“แต่ผมรักคุณนะครับ แต่งงานกันนะ”

หมอเจผู้ไม่รู้ทำอย่างไรจึงได้แต่บอกจุดประสงค์ของการง้อวันนี้ไปดื้อๆ เลย

เสียงปรบมือเกรียวกราวดังขึ้นอีกครั้ง แขกเหรื่อต่างก็เห็นด้วยกับการขอแต่งงานนี้ จะโกรธกันขนาดไหนก็ต้องใจอ่อนมั้ยล่ะ อีกฝ่ายลงทุนไปรับช่อดอกไม้เจ้าสาวซึ่งเชื่อกันว่าใครได้ไปจะได้แต่งต่อ จากนั้นก็ขอแต่งงานกับคนรักเอาดื้อๆ งี้เลย บางคนถึงกับผิวปากยอมรับความใจเด็ดของหมอเจด้วย

“ไม่”

แต่คำตอบของเหมียวกลับทำให้ทุกคนบ่นเป็นเสียงเดียว “อ้าว!” ออกมาถ้วนหน้า

จากนั้นเหมียวก็ออกแรงสะบัดมือออกจากคยองซูที่กำลังอึ้ง วิ่งหนีออกไปจากห้องบอลรูมเอาดื้อๆ เลย ท่ามกลางความอึ้งของทุกคนตั้งแต่บ่าวสาวยันแขกเหรื่อที่พากันผิวปากแซ็วเมื่อครู่

ตุบ!

เสียงดังเหมือนอะไรบางอย่างหล่น

ทุกคนยังไม่ทันหายตกใจกับการวิ่งหนีไปของเหมียว พอหันไปบนเวที ก็พบว่าหมอเจซึ่งหน้าซีดเมื่อกี้ ล้มลงไปกับพื้นเสียแล้ว


...


“ไม่เอานะ อย่าเป็นอะไรนะคุณเจ เหมียวรักคุณ ได้ยินมั้ย”

เหมียวตกใจมาก จนลนลานทำอะไรไม่ถูก เมื่อกี้เขายังโกรธคุณเจมากจริงๆ จึงได้ปฏิเสธการขอแต่งงานและหนีไป แต่พอไปถึงหน้าห้องบอลรูมก็ได้ยินคนตะโกนว่าคนที่ได้ช่อดอกไม้เมื่อกี้เป็นลมลงไปแล้ว ใจก็หล่นไปอยู่ตาตุ่ม วิ่งกลับมาในงานมาดูใจคนรักจนเกือบสะดุดล้ม

โชคดีที่หมอฮุนอยู่ไม่ไกลเลยวิ่งมาดูอาการเพื่อนทันที เขารีบบอกให้การ์ดอุ้มเพื่อนไปยังห้องข้างๆ จากนั้นก็วิ่งไปปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดูอาการไปก็โทรเรียกรถพยาบาลไปด้วย

ตอนนี้เหมียวเลยได้มาอยู่ในรถพยาบาล มือทั้งสองกุมมือคนรักเอาไว้ จากนั้นก็ร้องไห้ไปด้วยบอกรักไปด้วยแบบนี้

รถพยาบาลจอดหน้าห้องฉุกเฉินในเวลาไม่นาน เซฮุนซึ่งบึ่งรถตัวเองมาจากงานแต่งก็มาถึงพอดี รีบพาเพื่อนเข้าไปเช็กอาการโดยปล่อยให้เหมียวนั่งรอหน้าห้องโดยมีคยองซูปลอบอยู่ข้างๆ

ไม่เกินอึดใจเซฮุนก็ออกจากห้องฉุกเฉินมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับบอกว่าหมอเจฟื้นแล้ว

ที่แท้เป็นเพราะว่าหมอเจทำงานหนัก เหนื่อย เครียดไปหน่อยจึงไม่ค่อยได้กินข้าวและพักผ่อนนั่นเอง ยิ่งตอนรอรับช่อดอกไม้ต้องอยู่ท่ามกลางฝูงคนอากาศหายใจไม่ค่อยจะมีก็เลยความดันตก แถมช็อกเพราะเหมียวไม่ยอมตอบรับเลยเป็นลมไปก็เท่านั้น

“แล้วมาทำให้เป็นห่วงทำไมเนี่ย”

หลังจากย้ายหมอเจออกจากห้องฉุกเฉินเพื่อนอนพักและให้น้ำเกลือ เหมียวก็โวยวายใส่คนไข้ทันที ทุบเบาๆ ลงหน้าอกคนรักก่อนจะร้องไห้อีกรอบ

“เหมียวเป็นห่วงแทบตายแน่ะ ไม่เอาแล้วนะอย่างนี้”

ตัดพ้อเบาๆ แล้วก็ซบลงอกคนรักอย่างอ่อนแรง


...


เจษฎายกมือมาลูบหัวน้องเหมียวเบาๆ เพื่อปลอบโยน

เขาจะรู้ได้ยังไงเล่า ว่าตัวเองจะอ่อนแออะไรเบอร์นี้ จริงอยู่ว่าช่วงนี้รับงานไว้หนักมาก มีทั้งเคสคนไข้ที่เซฮุนฝากไว้ก่อนมันจะไปลั้ลลาที่มัลดีฟส์ตั้งหนึ่งสัปดาห์ และเคสคนไข้ที่ระบุไว้ชัดเจนว่าต้องการหมอเจษฎาเท่านั้นยังเยอะจนต้องรันคิวไม่หวาดไม่ไหว แถมทุกๆ เย็น เขายังต้องไปง้อเหมียวที่บ้านอีก ไปแล้วก็ไม่ได้เจอคนรักมันเศร้าจะตาย ก็ไม่วายแอบดื่มนิดหน่อยจนนอนดึกและเพลียขนาดนี้

แต่ก็ดีแฮะ ตอนแรกนึกว่าจะแห้วซะอีก แม้จะขอเหมียวแต่งงานตามแผนไม่ได้ แต่ตอนนี้เหมียวกลับมานั่งซบอกเขาอยู่ตรงนี้ ก็ถือว่าอีกฝ่ายยกโทษให้เขาแล้วมั้ยล่ะ อันที่จริงก็ไม่เข้าใจเลย โกรธอะไรนักหนากันเนี่ย ถึงได้โกรธนาน ง้อกลางงานก็แล้ว ขอแต่งงานก็แล้ว ยังไม่ยอมยกโทษให้อีก ต้องให้เขาเป็นลมต่อหน้าถึงจะยอมลดราวาศอกให้

สงสารก็แต่เจ้าของงานแต่งอย่างชานยอลและแบคฮยอนอุตส่าห์ยกงานแต่งตัวเองให้พวกเขามาเล่นเกมง้อกัน งานนี้ไม่สำเร็จไม่พอ ยังทำให้งานกร่อยเพราะเขาเป็นลมด้วย ไม่รู้ตอนนี้จะเป็นไงบ้าง

พออยากจะถามใครสักคน เซฮุนก็เข้ามาในห้องพอดี

“มึงไม่ต้องเป็นห่วง พอกูบอกว่ามึงปลอดภัยดี แค่เป็นลมเพราะพิษรัก แต่ตอนนี้หายแล้วเพราะแฟนเฝ้าไม่ห่าง งานแต่งก็ฉลองต่อไปกันแล้ว” คำตอบจากเพื่อนรักเล่นเอาคำสำนึกผิดเมื่อกี้ถูกกลืนลงท้องไปแล้ว

สรุปว่าเขาเป็นห่วงมากไปดิ เหมียวเองก็ห่วงเขามากไปป่าว ถึงได้ซบลงอกเขาแล้วก็ไม่โงหัวขึ้นมาเลยขนาดนี้ เขาคุยกับเซฮุนตั้งนานยังไม่ลุกขึ้นมาเลย

เอ๊ะ?

พอนึกขึ้นได้ก็เลยขอให้เซฮุนช่วยดูหน่อยว่านี่เหมียวหลับคาอกเขารึเปล่า แต่กลายเป็นว่าพอยกตัวน้องขึ้นมาไอ้ฮุนก็ตกใจเพราะน้องแขนขาอ่อน อยู่ๆ ก็เป็นลมซะอย่างนั้น

เฮ้ยยยยย

เจษฎาร้องอย่างตกใจ ก่อนจะช้อนร่างคนรักขึ้นมาอุ้ม ลืมตัวว่ามีน้ำเกลืออยู่จึงกระชากจนเข็มหลุด แต่เขาไม่สนแล้วว่าตัวเองจะเป็นยังไง ตอนนี้พาเหมียวไปตรวจละเอียดก่อนเป็นใช้ได้

อย่าเป็นอะไรไปล่ะน้องเหมียวของหมอเจ



...

จบส่วนขยายจ้ะ ติดตามตอนต่อไปในจอย ep.19 เน้อ
@noeybaekbd



Saturday, November 11, 2017

ส่วนขยาย คยองซูคนมึน ep.16 ฉากง้อคยองซู

ส่วนขยาย คยองซูคนมึน ep.16 ฉากง้อคยองซู

จงอินหงุดหงิดนิดหน่อยหลังจากโดนสบประมาทจากอดีตคู่แข่งความรักอย่างเซฮุน ไอ้บ้านั่นตอนนี้มันถือไพ่เหนือกว่าเพราะน้องคยองซูไปพึ่งพามัน แต่พอคิดอีกทีมันก็ความผิดเขานี่หว่า ทำไมตอนนั้นถึงไปหลอกน้องเค้าได้เนี่ย

คิดแล้วก็ปลงชั่วครู่ ยังไงเซฮุนมันก็ยอมรับแล้วว่ามันไม่ได้รักคยองซูแล้ว ศัตรูหัวใจตอนนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากตัวเอง จงอินหรือนีนี่ก็คนเดียวกัน คยองยอมเจอนีนี่ก็ถือว่าเขาเข้าใกล้น้องมากกว่าเมื่อวันก่อนแล้ว

...

ทางด้านชานยอลหลังจากแชทกลุ่มเสร็จก็ตัดสินใจโทรไปคุยกับเซฮุน เพราะตนเองมีลางสังหรณ์ประหลาด แล้วมันก็ไม่ต่างจากที่คาดไว้เท่าไหร่

“ใช่... ผมกับจุ๋ม เรามีอะไรกันแล้ว”

ไอ้หมอหน้ากวนตีนตอบเขามาแบบเสียงนิ่งๆ ชานยอลอยากจะไปดูหน้ามันนัก ไอ้นี่เป็นมารหัวใจจงอินไม่พอ ตอนนี้มันยังคาบพี่เขาไปกินแล้วไม่ยอมรับผิดชอบอีก มิน่าล่ะ วันก่อนจู่ๆ จุ๋มก็ขอป๊าไปดูงานรีสอร์ทที่มัลดีฟส์เฉย ต้องเป็นเพราะหนังสดที่เขาได้ยินจากโทรศัพท์วันนั้นแน่ๆ เสียงครางดังอืออาขนาดนั้นถ้าไม่ใช่กำลังมีอะไรกัน แล้วจะทำอะไรล่ะ

สุดท้ายพี่เขาก็ได้กันกับไอ้หมอนี่ พอได้กันแล้วมันคงไม่รับผิดชอบสินะ พี่จุ๋มถึงได้หนีไปมัลดีฟส์ ชานยอลถามหาความรับผิดชอบพร้อมกับอ้างว่าอีกฝ่ายเป็นหมอ คงไม่เลวขนาดกินเพื่อนแล้วนิ่งเฉย แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้เขาอึ้งมากๆ

“รอจัดการเรื่องน้องคยองซูก่อน แล้วผมจะคบกับจุ๋มอย่างเป็นทางการ”

เฮ้ย ไอ้นี่มันเอาจริงว่ะ หมายความว่าพี่จุ๋มของเขาจะสมหวังแล้วดิ ที่มันบอกว่าหัวใจอยู่กับคนอื่นนานแล้วคือมันไปชอบจุ๋มตอนไหนวะ ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันมันยังบอกว่าชอบน้องคยองซูของไอ้จงอินอยู่เลย

“ผมรู้ใจตัวเองแล้ว เรารีบให้จงอินคืนดีกับคยองซูเถอะ แล้วผมจะตามจุ๋มไปมัลดีฟส์”

เชี่ย... ชานยอลพึมพำกับตนเอง เขากลับมากอดภรรยาแสนน่ารักอย่างแบคฮยอน หอมแก้มน้องหนึ่งฟอด ก่อนจะโดนถามกลับมาว่าเป็นอะไรมากไหม จึงตอบกลับไปว่าจู่ๆ ก็อยากกอด ชานยอลไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาโชคดีแค่ไหนที่ไปล้มงานหมั้นวันนั้น นอกจากจะได้น้องแบคฮยอนมาเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะทำให้ความรักของพี่จุ๋มสมหวังไปด้วย

เหลือก็แต่จงอินนี่ล่ะ เอาจริงเขาเองก็มีส่วนผิด เขาเป็นคนบอกให้จงอินปิดบังความจริงต่อไป จนกระทั่งคยองซูรู้เรื่องจากคนอื่น กระทบแผลเก่าซึ่งถูกพ่อของเซฮุนทิ้งรอยไว้ จากนั้นก็กลายเป็นว่าน้องเองไม่ยอมเปิดใจให้จงอินอีก ทั้งๆ ที่ยอมเป็นแฟนกันแล้ว

ความรักของแต่ละคนมันช่างซับซ้อนจริงๆ ให้ตายเหอะ ขนาดว่าเป็นแฟนกัน คยองซูกลับไม่ฟังความจงอินเลยว่าทำไมต้องปิดไว้ ส่วนของชานยอลน่ะหรือ เอ้อ ซับซ้อนกว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้เลยว่ารักกันขนาดไหน จนกระทั่งวันที่เขาล้มงานหมั้นแล้วได้หมั้นกับแบคฮยอน เรียกได้ว่าชานยอลหวงและห่วงแบคฮยอนยิ่งกว่าไข่ในหิน นี่แค่พาจงอินมาแต่งหน้าเขาก็ตามมานั่งเฝ้าภรรยาไม่ห่างเลยล่ะ

หวังว่าการไปง้อคยองซูพรุ่งนี้จะทำให้เพื่อนของเขาดีขึ้น จงอินมันปิดบังคนอื่นเก่ง ปากดีทำเป็นทะเลาะกับหมอฮุนขนาดนั้นแต่ถ้าสังเกตดีๆ ขอบตาดำคล้ำกว่าปกติแถมยังหน้าหงอยๆ นั่น ดูยังไงว่ามันก็เสียใจที่สุดที่ทำให้น้องคยองโกรธ

แบคฮยอนบอกว่าคยองซูเจ็บมาก แต่คนที่เจ็บไม่แพ้กันก็คือจงอินนั่นเอง

...

วันรุ่งขึ้น

แบคฮยอนนัดแนะให้จงอินไปเจอกันที่หน้าร้านของเหมียว วันนี้เจ้าของร้านเบเกอร์รี่ถึงกับลงทุนปิดร้านหนึ่งวันเพื่อไปติดตามดูการง้อเพื่อนสนิทถึงสุพรรณ หลังจากทุกคนเจอกันก็ย้ายมานั่งรถของชานยอลคันเดียว สารถีของวันนี้คือสามีหมาดๆ ของแบคฮยอนนี่แหละไม่ใช่ใคร รถเอสยูวีแปดที่นั่งสตาร์ทแล้วพาทุกคนไปยังเป้าหมายคือร้านเสริมสวยทันที

ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมเตรียมตัวพร้อมก่อนแล้ว พวกเขาพาจงอินไปเปลี่ยนโฉมเป็นนีนี่อีกครั้ง ส่วนทางแบคฮยอนก็เริ่มเอาเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ออกมา เมื่อวานช้อปปิ้งชุดให้จงอินอย่างเมามันเลยล่ะ มีทั้งชุดเดรสยาว เดรสสั้น แต่วันนี้น้องนีนี่ของคยองซูเลือกมาแล้วว่าจะใส่กางเกง แบคฮยอนจึงเอาเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวออกมาแผ่กับกางเกงขายาวสีเหลืองตัวหนึ่ง ดูแล้วสวยดี คยองซูต้องชอบแน่ๆ

สองชั่วโมงผ่านไปทุกอย่างก็เริ่มลงตัว จงอินจากหนุ่มร่างโตผิวแทน ก็กลายร่างเป็นสาวสวยหุ่นนางแบบผิวสีน้ำผึ้ง สวยจนชานยอลต้องผิวปากแซ็วหลายๆ รอบ ซึ่งพอน้องนีนี่ทนไม่ไหวก็ถีบสามีของแบคฮยอนให้ลงไปนอนกับพื้นเล่นท่ามกลางเสียงหัวเราะ บรรยากาศสนุกสนานเสียจนรู้สึกว่าวันนี้มันต้องไม่มีปัญหาอะไรแน่ๆ

ประมาณสิบเอ็ดโมง ล้อรถก็หมุนอีกครั้ง พวกเขานัดกับคนนำทางที่เซฮุนเตรียมไว้หน้าอำเภอ พอถึงที่นั่นก็จะขับรถตามมอเตอร์ไซค์ของคนนำทางที่ชื่อว่าลุงบุญช่วย แบคฮยอนเคยเจอลุงบุญช่วยแล้ว จึงสามารถระบุใบหน้าของผู้สูงวัยได้ไม่ยากนัก พอเจอกันทักทายนิดหน่อยก็ขับรถตามไปยังบ้านพักซึ่งเซฮุนอธิบายว่าเขามาซื้อไว้เพื่อพักผ่อนนั่นเอง

ลุงบุญช่วยตะโกนจากด้านหน้าว่าอีกนิดนึงสักร้อยเมตรจะถึงแล้ว แบคฮยอนถึงกับใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ รู้สึกปวดท้องน้อยเล็กๆ เหมือนเบบี๋จะตื่นเต้นตามไปด้วย พอหันไปทางด้านคนขับก็เจอชานยอลยิ้มให้จากนั้นก็ยกมือข้างซ้ายมากุมมือเขาไว้ พาให้อุ่นใจไม่น้อย จึงหันไปเบาะหลังก็พบว่านีนี่กำลังนั่งกอดอก แต่เหงื่อข้างขมับก็บอกได้อย่างดีว่ากำลังตื่นเต้นไม่แพ้กัน

“แบคว่า... คยองจะโกรธเราอีกมั้ย?” จู่ๆ เหมียวก็ถามขึ้นมา
“ไม่รู้สิ” แบคฮยอนตอบแค่นั้นแต่ใจก็คิดไปไกลเกินคำว่าไม่รู้อยู่มาก มันตื่นเต้นเพราะเขาไม่แน่ใจเลยว่าแผนนีนี่จะได้ผลร้อยเปอร์เซ็น ถ้าคยองซูจับได้ว่าพวกตนหลอกอีก ไม่แน่คราวนี้อาจจะถึงกับตัดเพื่อนเลยก็ได้

แต่คิดอีกที พวกเขาก็ไม่ได้หลอกคยองซูนี่นา จงอินก็คือนีนี่จริงๆ ทั้งเหตุการณ์ในอดีตหรือเค้าโครงหน้าหรืออื่นๆ ก็ตรงกันหมด จะไม่ใช่ก็แค่ว่าคยองซูไม่ยอมรับเท่านั้น

หวังว่าจงอินจะไม่ตื่นเต้นจนลืมบทที่ซ้อมไว้ บอกว่าตนเองคือนีนี่ พอน้องใจอ่อนก็ค่อยบอกว่าเป็นจงอิน พูดดีๆ อย่าทำให้คยองซูงงหรือเข้าใจผิดก็แล้วกัน


“แบค!”

แบคฮยอนตกใจจนเซไปนิดหน่อย ดีว่าชานยอลยืนอยู่ข้างๆ เลยประคองไว้ไม่ให้ล้ม คุณสามีดุนิดหน่อยว่าระวังด้วยแต่พอเขาก้มหน้าก็ค่อยๆ ประคองไปนั่งอย่างอ่อนโยน ก็ใครใช้ให้คยองซูตะโกนเรียกชื่อเขาดังกันเล่า

“คยองอ่ะ เรียกซะตกใจเลย” เมื่อมาถึงบ้านไม้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ คยองซูก็เชิญทุกคนมานั่งใต้ถุนบ้าน คือแม้จะเป็นบ้านเรือนไทยแต่มีการตกแต่งอย่างดี ชั้นล่างเทปูนแล้วกั้นเป็นสัดส่วน ซึ่งตรงนี้คือส่วนรับแขก

“ก็เราดีใจนี่นา ไหนล่ะนีนี่” คยองซูเมื่อยกน้ำมาให้ทุกคนดื่มแล้วก็ถามหาคนที่อยากเจอทันที ชานยอลกับแบคฮยอนพยักหน้าให้กัน จากนั้นประตูเบาะหลังคนขับก็เปิดออกพร้อมกับขายาวๆ ใต้กางเกงสีเหลืองก้าวลงมาอย่างกระฉับกระเฉง

“นีนี่!”

ทันทีที่ประตูรถปิดลง จงอินยังไม่ทันจัดการกับผมที่ปรกหน้าก็ได้ยินเสียงร้องของคนรักเข้ามาใกล้ทันที ร่างสูงแทบจะล้มไปด้านหลังเมื่อคยองซูเข้ามากอดเขาโดยไม่ทันตั้งตัว แม้จะเป็นแฟนกันแต่คยองซูก็ไม่เคยกอดเขาหนึบขนาดนี้ จงอินจึงทำตัวไม่ถูก ได้แต่ปัดผมปลอมไปด้านหลัง แล้วยกมือขึ้นมาลูบไหล่คนตัวเล็กกว่าเท่านั้น

“อะแฮ่ม” กระแอมไอหนึ่งครั้งก่อนจะดัดเสียงเล็กน้อย “สวัสดีจ้ะคยองซู” จงอินพูดออกไปแล้วรู้สึกอยากปาดคอตัวเองทิ้ง ทำไมเสียงมันแรดขนาดนี้

“สวัสดีนีนี่” คยองซูเมื่อได้ยินเสียงทักทายก็ผละออกมา จากนั้นก็ยืนมองอีกฝ่ายเสียจนจงอินรู้สึกร้อนไปทั้งหน้าทั้งตัว อึดใจหนึ่งเขารู้สึกว่านี่ตัวเองกำลังยืนอยู่กลางแดดนี่นา จึงได้ออกปากขอเข้าไปใต้ถุนบ้านด้วย

“เราเข้าไปข้างในก่อนไหม”
“อ้อๆ อื้มๆ เข้ามาสิ”

หลังจากการทักทายกันหอมปากหอมคอว่านีนี่สบายดีไหม นีนี่สวยจัง รวมไปถึงการถามว่าทำไมคยองซูถึงได้หัวเกรียนแบบนั้นเหมือนคนกำลังจะบวช พอได้คำตอบว่าเกือบบวชแต่หลวงพี่ไม่ยอมให้บวช จงอินแทบสำลักน้ำ นี่เขาควรจะไปขอบคุณหลวงพี่มั้ย ถ้าคยองบวชไป เขาคงไม่สามารถมาง้อแบบนี้ได้แน่

ฟากแบคฮยอนก็ช่วยหาเรื่องคุยไม่แพ้กัน หลังจากพูดคุยเรื่องปัจจุบันถึงส่วนที่ไม่สามารถตอบได้อย่างเช่นกำลังทำงานอะไรหรือเรียนที่ไหนพักที่ไหนแล้ว ก็เปลี่ยนเป็นการคุยถึงอดีตทันที ซึ่งตรงนี้ชานยอลถึงกับต้องกลั้นขำจนท้องแข็งกับวีรกรรมสมัยเด็ก เมื่อคยองซูผู้ไม่รู้ว่าตัวเองน่ารักตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊งค์พิทักษ์นีนี่ ถึงจะตัวเองจะอยู่ป.3 นีนี่อยู่ป.6 ก็ยังยืนยันจะปกป้องด้วยตัวเอง

ทุกคนพากันหัวเราะเมื่อคยองซูเล่าให้ฟังว่านีนี่ตัวเล็กแล้วก็ผอมบางมากๆ เดินทีเหมือนตัวจะปลิว ถึงคยองซูจะตัวเตี้ยกว่าแต่ก็ตัวหนากว่านิดหน่อย ดังนั้นเมื่อมีใครมาแกล้งให้นีนี่ต้องร้องไห้ คยองซูก็จะวิ่งแจ้นจากห้องป.3 ไปหาห้องป.6 ด้วยตัวเองทุกครั้ง

คุยกันสักพักแบคฮยอนก็บอกว่าตัวเองหิวแล้ว คยองซูจึงขอตัวไปเตรียมอาหารสักครู่ ได้กลิ่นอาหารโชยมาหอมมากมาย หนึ่งในนั้นคงฉุนจมูกคนท้องไม่น้อย จึงลุกไปอ้วกในห้องน้ำมาหนึ่งรอบ ให้ชานยอลประคองออกมา จากนั้นก็นั่งล้อมวงกินข้าวกัน

ปรากฏว่ากับข้าวบางอย่างที่คยองซูทำกลับเป็นของโปรดของนีนี่ นั่นทำให้จงอินปลื้มใจไม่หยุด เขารู้สึกราวกับว่าคยองซูรู้ว่าเขาชอบกินอะไร แน่ล่ะ เวลาที่จงอินซื้อกับข้าวไปกินกับคยองซูหลังร้านยา ก็มีแต่ของที่เขาชอบเป็นหลัก จะคิดเข้าข้างตัวเองได้มั้ยนะว่าคยองซูใส่ใจเขา แต่ก็นั่นแหละ จงอินกินข้าวไป ภายนอกยิ้มหวานอ่อนโยนแต่ในใจก็ขมขื่นไปด้วย หลังกินข้าวนี่แหละเขาต้องเปิดเผยตัวจริง หวังว่าเมื่อคยองซูรู้จะไม่ไล่เขาก่อนจะได้อธิบายอะไรนะ

แบคฮยอนอ้างว่ากินข้าวอิ่มแล้วง่วงนอนจึงขอคยองซูไปงีบในห้องรับแขกด้านบนหน่อยซึ่งชานยอลก็ตามไปเพื่อดูแลภรรยาทันที เหมียวเองก็บอกว่าต้องโทรหาแฟน ตอนนี้ลุงบุญช่วยก็ไปกินข้าวกับป้าสมศรีเมียแกแล้ว สุดท้ายจึงเหลือ แต่คยองซูกับจงอินในคราบนีนี่ ชวนกันไปล้างจานหลังบ้าน จากนั้นก็เดินชมสวนหลังบ้านซึ่งติดกับทุ่งนาด้วยกัน

“นีนี่ชอบที่นี่ไหม” คยองซูพูดขึ้นก่อน
“ชอบสิ อากาศดีมากๆ แต่ว่า...”
“แต่อะไร?”
“คือคยองบอกว่าตอนนี้กำลังเปิดร้านยา ไม่ห่วงร้านหรือ ถึงมาอยู่ที่นี่” จงอินเปิดประเด็นด้วยเรื่องร้านก่อน เขารู้ว่าคยองซูห่วงร้านตัวเองยิ่งกว่าอะไร ไม่อย่างนั้นก็ไม่ขับรถไปกลับหลายกิโลเพื่อเปิดร้านหรอก
“ห่วงสิ แต่เรายังทำงานไม่ไหว”
“เพราะอะไร”
“เรากำลังเจ็บ...” คยองซูตอบว่าเจ็บแต่คนที่เจ็บกว่าคือจงอินนั่นเอง เขาจ้องหน้าคนรักที่ก้มต่ำจนแทบมองไม่เห็นสีหน้าด้วยแววตาอาลัย อยากบอกว่าผมอยู่นี่ไงแต่ตอนนี้เขาต้องค่อยๆ คุยเท่านั้น
“เจ็บเพราะอะไร?”
“คนที่เรารัก... เค้าทำให้เราเจ็บ”

คำตอบของคยองซูทำเอาจงอินอยากดึงร่างเล็กนั้นมากอดให้จมอก เขาผิดเองที่ไม่รู้ว่าคยองซูมีความหลังกับคนรวย คิดมาตลอดว่าคนที่แกล้งทำเป็นจนพอเปิดหน้ากากว่าตัวเองรวย สาวๆ ร้อยทั้งร้อยคงไม่โกรธมีแต่ดีใจเท่านั้น ไม่รู้เลยว่าคนน่ารักข้างๆ นอกจากจะแตกต่างแล้วยังเจ็บเพราะเขาอีกต่างหาก

“คยองซูมีคนรักแล้วหรือ เขาชื่ออะไร?”
“เขาชื่อจงอิน”
“คยองซูรักเขารึเปล่า แล้วเขาทำไมทำคยองซูเจ็บ”

จงอินเริ่มถามเข้าเรื่อง เขาพบว่าคยองซูก้มหน้าตลอดตอนที่คุยกัน คงเพราะเป็นนีนี่จึงไม่โดนไล่เมื่อถามเรื่องนี้ แต่ยิ่งพูดไป ก็เหมือนจะได้ยินเสียงสั่นเครือขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายพอคยองซูบอกว่าจงอินหลอกเขา มันทำให้เขาเจ็บ สุดท้ายร่างเล็กก็หยุดยืนเอาดื้อๆ จากนั้นก็ทรุดลงนั่งแล้วร้องไห้

จงอินตกใจมากเมื่อเห็นภาพนั้นจึงดึงเอาคนรักขึ้นมากอดแนบอก เนื่องจากคราวนี้เขาเป็นคนดึงอีกคนเข้ามากอดเอง ใบหน้าอีกฝ่ายจึงกระทบเข้ากับฟองน้ำที่ยัดหน้าอกมาโดยตรง คยองซูร้องไห้สักพักก็เงียบ จากนั้นมือที่ว่างก็ยกขึ้นมาปาดน้ำตาข้างแก้ม แต่ปาดไปไม่กี่ครั้งก็พบว่ามือตัวเองไปโดนหน้าอกอีกคนเข้า

เอ๊ะ มันหยุ่นๆ ทำไมเหมือนฟองน้ำ คยองซูคิด แต่มือดันบีบเข้ากับฟองน้ำของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง และเพราะฟองน้ำไม่ได้ยึดติดกับอะไรทั้งสิ้น พอบีบแรงมันก็เด้งออกมา หล่นลงกับพื้น

“เฮ้ย!!!” จงอินตกใจจนลืมแอ๊บเสียง นั่นจึงทำให้คยองซูผละออกจากเขาทันที จากนั้นก็มองด้วยสายตาแปลกๆ

“นีนี่??” คยองซูพึมพำเบาๆ พลางมองไปยังหน้าอกขนาดไม่เท่ากันของคนที่ตัวเองคิดว่าเป็นพี่สาวผู้น่ารัก ทันใดนั้นก็จ้องมองไปยังใบหน้าให้ชัดๆ เนื่องจากเดินกันมานานท่ามกลางแดดบ่ายๆ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางจึงละลายออกไปครึ่งหนึ่ง เค้าโครงหน้าคุ้นเคยก็ผุดขึ้นมาในสมอง จากนั้นคยองซูก็เหมือนมีคนมาเปิดไฟในสมอง

“พี่จงอิน!” ร้องตะโกนชื่อคนรักแล้วคยองซูก็เข้าไปดูใกล้ๆ พอแน่ใจก็วิ่งหนีออกมาทันที

“เดี๋ยวก่อน คยอง ฟังพี่ก่อน!” จงอินตกใจมากที่คนรักสังเกตเห็นว่าเป็นเขาอย่างรวดเร็ว แถมยังไม่พูดพล่ามทำเพลงอะไรก็วิ่งหนีเสียแล้ว

ร่างสูงวิ่งตามร่างเล็กไปตามคันนา ร้องเท้าส้นสูงที่จงอินใส่มามันไม่ค่อยช่วยอะไรเลย จึงหยุดถอดออกไป วิ่งไปอีกนิดก็พบว่าผมปลอมมันช่างปรกหน้าเสียจริงก็ถกวิกออกทิ้งลงตรงนั้นแล้ววิ่งตามคยองซูไปติดๆ ด้วยความขายาวจึงวิ่งตามทันได้ไม่ยาก พอคว้าร่างเล็กได้ก็ฉุดให้หยุด แต่ไม่รู้ว่าฉุดอีท่าไหน ไปๆ มาๆ ก็ล้มลงทั้งคู่ไปซะงั้น

คยองซูนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหญ้า โดยมีจงอินในคราบนีนี่ที่ไม่มีทั้งนมปลอม ผมปลอม ขนตาปลอมก็หลุดไปข้างหนึ่งคร่อมอยู่บนตัวในท่าหมิ่นเหม่

ถ้าลุงบุญช่วยมาเห็นสองคนตอนนี้ คงนึกว่าคุณคยองซูอดใจไม่ไหวกำลังจะปล้ำสาวสวยนีนี่เป็นแน่แท้

แต่ตอนนี้คยองซูกลับหัวเราะ

“ฮ่าๆๆๆๆๆ” ร่างเล็กหัวเราะกับสภาพของคนที่คร่อมอยู่ มันตลกมากๆ ในสายตาเขา จงอินกล้ามเป็นมัดอย่างคนใช้แรงงานพอมาแต่งหญิงแบบนี้แม้จะใส่เสื้อแขนยาวปิดไว้แต่พอวิกผมหลุดมันก็เหมือนกระเทยควายที่เขาเคยเจอในงานประกวดลอยกระทงปีนู้นไม่ผิดเพี้ยน

“หัวเราะพี่หรือเนี่ย” จงอินเหงื่อหยดติ๋งๆ เพราะวิ่งมาไกล กำลังไม่รู้จะพูดอะไรก็โดนหัวเราะเข้า
“ก็พี่จงอินตลก ดูสิ เหมือนกระเทยควายเลย”
“นีนี่ไม่สวยแล้วเหรอ”
“ไม่สวยเลยครับ”
“น้อยใจ”
“ผมสิต้องน้อยใจ”

บรรยากาศที่เริ่มดีขึ้นกลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง เมื่อคยองซูหันหน้าไปด้านข้างเพื่อหลบสายตาจงอินแต่ฝ่ายจงอินที่นั่งคร่อมอยู่กลับพูดไม่ออกเลยสักคำหนึ่ง

“ลุกได้แล้ว” จนเวลาผ่านไปสักพักร่างเล็กก็พูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ
“ไม่ลุกได้มั้ย” แต่กลับเจอใบหน้าตัดพ้อเข้า
“ทำไมไม่ลุก”
“อยากลุกก็ต่อเมื่อคยองหายโกรธพี่”
“กล้าหลอกเป็นนีนี่แล้วยังจะให้ผมยกโทษให้อีก” น้ำเสียงตัดพ้อจนจงอินอยากจะจูบลงไปเลยล่ะ
“พี่เป็นนีนี่จริงๆ พี่คือจงอิน คือนีนี่ คือลูกชายนายพลคิมหันต์ คุณหญิงรัตนาวดีและเป็นคนเดียวกับที่รักคยองซูสุดหัวใจเลยด้วย”
“...”
“ยกโทษให้พี่นะครับคนดี พี่สัญญาว่าพี่จะไม่ปิดบังอะไรเราอีกแล้ว”
“ถ้าไม่ล่ะ” ปากรูปหัวใจยื่นออกมาอย่างกับเด็กงอนไม่มีผิด
“งั้นพี่ก็จะทำแบบนี้”

สิ้นสุดคำพูดจงอินก็ทำตามใจตัวเองทันที ปากเคลือบลิปสีออกแดงก้มลงไปสัมผัสกับปากเล็กเบื้องล่าง ค่อยๆ บดเบียดทีละน้อยโดยที่มือสองข้างก็ประคองใบหน้าคนรักไว้ จูบสัมผัสแผ่วเบาหากแต่มุ่งมั่นทำเอาร่างเล็กไม่สามารถหนีไปไหนได้ หรือที่จริงคยองซูก็ใจอ่อนให้เขาแล้วตั้งแต่คำว่าพี่จะไม่ปิดบังอะไรเราอีกแล้วของจงอินเมื่อครู่

จูบเบาๆ แต่สัมผัสจริงใจไปไม่นาน ในที่สุดจงอินก็ถอนปากตัวเองออกจากปากคนรัก ค่อยๆ ประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นมานั่ง จากนั้นก็กอดเอวเอาไว้

“ยกโทษให้พี่แล้วใช่มั้ย”
“ไม่รู้สิ”
“คยองอ่า พี่ปิดบังว่าพี่รวย แต่ความรักของเราเป็นเรื่องจริงนะครับ นีนี่รักคยองซู จงอินก็รักคยองซูเหมือนกัน”

หมดคำบอกรัก ก็พบว่าใบหน้านั้นแดงขึ้นเป็นริ้ว บางคนเห็นแล้วอาจจะขำกับอาการนี้เพราะตอนนี้คยองซูกล้อนผมตัวเองจนแทบจะเป็นสกินเฮดติดหัว หากแต่จงอินกลับมองว่าเหมือนเด็กน้อยน่ารักคนหนึ่ง

“คืนดีกันนะครับ”
“อื้อ แต่ว่า...”
“แต่อะไร?”
“ต่อไปห้ามปิดบังอะไรผมอีกนะ ห้ามไปรักคนอื่นด้วย”

จากนั้นจงอินก็หูตามืดมัวเพราะคำบอกแสนน่ารัก จับคยองซูมาหอมแก้มซ้ายขวาไปหลายฟอดจากนั้นก็กอดไว้จนน้องบอกว่าลุกเถอะ ไปอาบน้ำก่อน จึงลุกจากคันนา ออกเดินเก็บผมปลอม รองเท้าส้นสูงและกลับบ้านไปด้วยกัน ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของชานยอล แบคฮยอนและเหมียวรวมถึงลุงบุญช่วย จงอินและคยองซูก็จับมือประสานกันแล้วเดินไปยังห้องน้ำเพื่อช่วยกันล้างตัวเงียบๆ

“คืนดีแล้วสินะ เย้” ทุกคนนั่งอึ้งไปตามกันจนแบคฮยอนพูดขึ้นมา เออ อีท่านี้ก็คงคืนดีกันแล้วล่ะ

เสร็จไปอีกงานหนึ่ง!

…

เจอกันตอนที่ 17 ในจอยจ้ะ

Wednesday, November 8, 2017

ส่วนขยาย #คยองซูคนมึน ep.12 ฉากล้มงานหมั้น

ส่วนขยาย #คยองซูคนมึน – ล้มงานหมั้น

หลังจากจุ๋มตอบตกลงว่าจะร่วมแผนการล้มงานหมั้นด้วย ชานยอลก็ค่อนข้างโล่งใจ โชคดีที่พ่อของเขามีเพื่อนเยอะ ในจำนวนญาติสนิทของแบคฮยอนและเซฮุนก็รวมอยู่ไม่น้อย ขอเพียงพ่อของเขาและจุ๋มไปประสานงานไว้ก่อน วันงานหมั้นจะมีการแหกหน้าเจ้าภาพหรือทำให้แขกตกใจขนาดไหน ถ้ามีหน้าม้าก็ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเมื่อต้องทำการตกลงกันใหม่

และแล้วก็ถึงวันงานหมั้น

ญาติทางเซฮุนและแบคฮยอนนั่งเป็นพยานให้กับว่าที่คู่หมั้นในห้องโถงขนาดกลางของโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง วันนี้แม้ว่าคยองซูจะไม่มาแต่ก็ติดต่อกับเหมียวเกือบตลอดเวลา แถมยังถามอาการแบคฮยอนไปด้วย เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดี กำลังจะเข้าพิธีหมั้นแล้ว จึงรีบให้ชานยอลเข้ามาตามแผนการ

“ตอนนี้ขอเชิญคุณเซฮุน สวมแหวนหมั้นให้กับคุณแบคฮยอนด้วยครับ” พิธีกรกล่าวขึ้นมาท่ามกลางใบหน้ายิ้มแย้มของพ่อแม่เซฮุนและพ่อแม่ของแบคฮยอน

เซฮุนจึงหยิบแหวนจากตลับสีแดงบนพานสีทองขึ้นมา ค่อยๆ บรรจงสวมแหวนให้กับคู่หมั้นตัวเองตามพิธีการที่ได้ซักซ้อมไว้ แต่ยังไม่ทันที่แหวนจะแตะนิ้วนางข้างซ้ายของแบคฮยอน ก็มีเสียงดังเอะอะมาจากประตูหน้าห้องโถง

“ไม่ได้นะ” เป็นชานยอลนั่นเองที่เข้ามาก่อกวน เขาสบตากับเหมียวที่หน้าประตูหนึ่งครั้งจากนั้นก็เดินเข้าไปกลางวงทันที หากสังเกตให้ดีล่ะก็จะพบว่าชานยอลแต่งชุดสูทมาให้เข้ากันกับแบคฮยอนมากกว่าเซฮุนด้วยซ้ำ

“เธอเป็นใคร?” พ่อของเซฮุนเป็นคนแรกที่กล่าวขึ้น ชายวัยกลางคนมีเค้าลางความหน้าตาดีไม่แพ้ลูกชายลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ โดยมีภรรยายืนขึ้นข้างๆ คอยเกาะแขนไว้

“ผมชื่อชานยอลครับ ผมขอคัดค้านการหมั้นครั้งนี้” ชานยอลเห็นว่าเป็นไปตามแผนจึงตอบไปตามสคริปต์ทันที

“เธอมีสิทธิ์อะไร?” พ่อของเซฮุนกล่าวขึ้นอีกครั้ง

“เพราะผมเป็นคนรักของแบคฮยอนครับ” ชานยอลกล่าวอีกครั้ง ก่อนจะเข้าไปประคองแบคฮยอนให้ลุกขึ้นมายืนข้างกัน โอบกอดน้องไว้ราวกับเป็นเจ้าของ

“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน” คราวนี้เป็นแม่ของแบคฮยอนลุกขึ้นยืนแล้วพูดบ้าง


“ผมหมายความตามที่พูดครับ แล้วตอนนี้แบคฮยอนก็กำลังท้องลูกผมด้วย”


เกิดเสียงฮือฮารอบห้องเมื่อชานยอลพูดว่าแบคฮยอนกำลังท้อง ร่างเล็กในอ้อมแขนชานยอลสั่นเล็กน้อย เขาจึงกระชับกอดนั้นให้แน่นขึ้น ในตอนนี้แม่แบคฮยอนถึงกับทรุดนั่งลงบนเก้าอี้พลางถามหายาดม ส่วนพ่อของเซฮุนก็ยืนอึ้ง ไม่รู้จะว่าอย่างไรเลยทีเดียว

อึดใจนึงพ่อของเซฮุนก็ได้สติแล้วกล่าวแย้ง “มั่นใจได้ยังไงว่าแบคฮยอนท้องลูกของนาย”

ชานยอลยิ้ม อีกฝ่ายเปลี่ยนสรรพนามจากเธอเป็นนายแล้ว แสดงว่าเริ่มจะไม่ชอบเขาแน่ๆ จึงพูดตามแผนต่อไป

“ผมมั่นใจเพราะผมเป็นคนเดียวที่ได้คบกับแบคฮยอนจริงๆ ไม่เชื่อถามลูกชายคุณสิครับ”

“นี่มันอะไรกันเซฮุน” แม่ของเซฮุนเป็นฝ่ายถามลูกตัวเองบ้าง

แต่ชานยอลกล่าวขัดเล็กน้อย “เพราะเซฮุนไม่เคยมีอะไรกับแบคฮยอนใช่มั้ยล่ะ”

ทุกคนในห้องโถงหันมามองเซฮุนกันหมด

“ใช่ครับ ผมกับแบคฮยอนไม่เคยมีอะไรกัน ถ้าตอนนี้แบคฮยอนท้อง ก็ไม่ใช่ลูกผมแน่นอน” เซฮุนแม้จะไม่รู้แผนการแต่เขาก็ฉลาดพอที่จะพูดความจริงตอนนี้

“ท้องก่อนแต่งจริงๆ ด้วย”

“แถมพ่อเด็กยังไม่ใช่เซฮุนอีก”

“ได้ยินว่าเซฮุนไม่เต็มใจหมั้นนี่นา เหมือนพ่อจะบังคับ”

เสียงซุบซิบนินทาดังไปทั่วห้องโถง พ่อของเซฮุนจึงพูดขึ้นมา

“ท้องอะไร ใครท้องกันที่ไหน เซฮุนกับแบคฮยอนหมั้นกันเพราะความรักสุกงอมนะครับ”

ชานยอลยิ้ม ตอนนี้ก็ได้เวลาของเหมียวแล้วล่ะ

กลิ่นหอมเนยเตะจมูกทุกคนทำให้เสียงฮือฮาสงบลง เหมียวทำเป็นเดินไม่รู้เรื่องมาจากประตูห้องโถง จากนั้นก็ตะโกนให้ได้ยินทั่วกัน

“เค้กเนยสดร้อนๆ มาแล้วจ้ะ ของโปรดของแบคเลยนะ ยินดีด้วยกับงานหมั้น” เหมียวทำหน้าไม่รู้เรื่องแล้วยิ้มให้แบคฮยอนมาแต่ไกล แต่พอยื่นเค้กนั่นมาตรงหน้าเพื่อนเท่านั้นแหละ แบคฮยอนก็ออกอาการทันที

“อุ๊บ” ว่าที่คู่หมั้นของเซฮุนรีบยกมือมาปิดปาก แต่เสียงคล้ายอยากขย้อนของเก่าออกทำเอาทุกคนหน้าเหวอ รอไม่นานชานยอลหยิบเอาถังขยะที่อยู่ข้างๆ มาให้ แบคฮยอนก็อ้วกลงไปต่อหน้าทุกคน จากนั้นก็นั่งพิงชานยอลอย่างอ่อนแรง โดยมีเหมียวที่ไม่รู้ว่าโยนเค้กในมือไปใส่ถังขยะตอนไหน มาช่วยพัดและส่งยาดมให้

“ท้องจริงๆ ด้วยเธอ”

“อาการออกเลยอ่ะ ลูกสะใภ้ฉันก็เป็นแบบนี้”

เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แม่แบคฮยอนที่เป็นลมไปเมื่อครู่เดินออกมาอย่างเกรี้ยวกราดก่อนจะหยิกแขนลูกตัวเองแล้วถามเสียงเข้ม “ยัยแบค! บอกแม่เดี๋ยวนี้นะว่าแกท้องกับใคร”

“ผมเองครับ ผมเป็นพ่อเด็ก ผมยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง” ชานยอลตอบรับคำถามแทนน้องทันที พร้อมทั้งยกมือไหว้ปะหลกๆ ไปทางว่าที่แม่ยาย

“เธอเป็นใครมาจากไหน” แม่ของแบคฮยอนจึงถามชานยอลทันที

คราวนี้ก็ได้เวลาพ่อของชานยอลออกโรงแล้ว

ชายวัยกลางคนหน้าตาไม่แก่ตามวัยเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับประกาศว่าเป็นพ่อของชานยอล ตอนนี้ทำธุรกิจส่วนตัวและหลังจากเขาพูดชื่อของตัวเองไป หนึ่งในญาติฝ่ายแบคฮยอนก็ร้องอ๋อ! ออกมาทันที

“ที่แท้ก็เสี่ยนี่เอง คราวแล้วผมยังไปสนามกอล์ฟของเสี่ยอยู่เลย ไม่ได้เจอกันนานนะครับ” หลังจากคนคนนั้นเข้าไปทักทายพ่อของชานยอล แม่ของแบคฮยอนก็เข้าไปสอบถามความเป็นมาทันที เมื่อรู้ว่าชานยอลเป็นใคร ก็เริ่มมีสีหน้าดีขึ้น

ตอนนี้พ่อของชานยอลจึงได้โอกาส พูดว่าชานยอลนี่มันเจ้าชู้นัก แอบไปได้กับว่าที่คู่หมั้นคนอื่น แต่ก็สงสารหลานที่จะเกิดมา หากไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริงจะเศร้าขนาดไหน

ญาติทางเซฮุนคนหนึ่งกล่าวตอบรับทันที ทั้งยังบอกว่าแบบนี้ก็ไม่ถูก เด็กคนหนึ่งไม่มีความผิดอะไร จะให้แม่เขาไปหมั้นกับคนที่ไม่ใช่พ่อของเด็กก็น่าสงสารแย่ ดังนั้นถือโอกาสตอนนี้ที่ยังไม่ได้หมั้นกัน ยกเลิกไปก่อนจะเป็นไรไป

เกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้งเมื่อหลายๆ คนซึ่งเป็นญาติกันเริ่มมีความเห็นว่างานหมั้นคราวนี้ไม่เหมาะ พ่อของเซฮุนอ้าปากหุบปากหลายครั้งแต่ก็ไม่มีคำพูดใดๆ จนสุดท้ายแม่ของเซฮุนจึงหันไปหาลูกชายตัวเองแล้วพูดด้วยเสียงอันดัง

“เซฮุน ในเมื่อแบคฮยอนเค้ากำลังจะมีลูกกับคนอื่น แม่ว่าเราก็ไม่ควรหมั้นกันอีกนะ แม่ไม่อยากขัดขวางความรักของคนอื่นเขา”

เสียงปรบมือชอบใจดังไปทั่วห้องโถง ชานยอลเห็นว่าถึงเวลาแล้วจึงส่งซิกให้พ่อตัวเอง จากนั้นเสี่ยเจ้าของสนามกอล์ฟจึงเข้าไปหาแม่ของแบคฮยอนทันที

“อย่างที่เห็นว่าเด็กทั้งสองกำลังจะมีลูกด้วยกัน เราเองก็กำลังจะเป็นปู่ย่าตายาย ดังนั้นให้พวกเขาได้ตบแต่งกันอย่างถูกต้องด้วยเถอะครับ” พูดพลางก็ตบมือสองครั้ง จากนั้นเด็กๆ ที่รออยู่ข้างนอกก็ยกเอาสินสอดคร่าวๆ เข้ามาในห้อง

“นี่ถือเป็นคำขอโทษจากทางเราที่ทำให้ลูกของคุณท้องก่อนแต่ง ช่วยรับไว้และเปลี่ยนงานหมั้นนี้เป็นงานหมั้นของชานยอลกับแบคฮยอนได้มั้ยครับ”

เสียงปรบมือเกรียวกราวทำเอาแม่ของแบคฮยอนไม่มีเวลาแม้แต่จะปฏิเสธ จากนั้นจึงยอมรับเอาสินสอดล่วงหน้ามา แล้วไปเจรจากับพ่อของเซฮุนทันที ไม่นานหลังจากนั้น แบคฮยอนเพิ่งจะมีแรง หายจากอาการแพ้ท้องเมื่อครู่พอดี พิธีกรก็ประกาศให้รู้กัน

“เนื่องจากเหตุไม่คาดฝันเมื่อครู่ ทางผู้จัดงานแจ้งเราว่าจะขอเปลี่ยนตัวคู่หมั้นในวันนี้ จากคุณเซฮุน-คุณแบคฮยอน เป็นคุณชานยอล-คุณแบคฮยอนแทนนะครับ หากไม่มีอะไรขอเชิญสักขีพยานทุกท่านนั่งลงตามเดิม เพื่อให้ว่าที่คู่หมั้นคู่ใหม่ได้สวมแหวนตามพิธีด้วย”

และแล้วเซฮุนก็ถอยออกมา จากเป็นคนหมั้นก็เป็นเพียงแขกรับเชิญ ส่วนชานยอลก็ไปนั่งที่ตรงข้ามแบคฮยอนแทนเขา หลังจากพิธีกรกล่าวขั้นตอนทั้งหมดเสร็จ สวมแหวนให้กัน ก็เป็นอันว่าตอนนี้

ชานยอลและแบคฮยอนหมั้นกันเรียบร้อย ส่วนเซฮุนก็เป็นโสดอีกครั้ง


---

เจอกันในจอยตอนที่ 13 เลยจ้ะ